คู่มือสำหรับเจ้าของธุรกิจอาหาร SME และผู้บริหาร

ขออนุญาตโรงงานอาหาร ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง? พร้อมเทคนิคสร้างโรงงานอาหารให้ผ่าน อย.

สรุปขั้นตอนขออนุญาตโรงงานอาหาร เอกสารด้านกฎหมายและวิศวกรรม การจัดทำ Plant Layout ตลอดจนหลักการออกแบบและก่อสร้างตามมาตรฐาน GHP และ HACCP ที่เจ้าของธุรกิจควรรู้ก่อนลงทุน

ขออนุญาตโรงงานอาหารต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
การขออนุญาตโรงงานอาหารต้องวางแผนตั้งแต่การเลือกทำเล การออกแบบผังโรงงาน การจัดทำแบบวิศวกรรม การติดตั้งเครื่องจักร และการเตรียมสถานที่ให้พร้อมตรวจประเมิน

บทนำ: ทำไมต้องวางแผนขออนุญาตก่อนเริ่มสร้างโรงงานอาหาร?

การเข้าสู่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในปัจจุบัน สิ่งที่ผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ SME และผู้บริหารที่กำลังวางแผนขยายโรงงานต้องให้ความสำคัญคือ มาตรฐานความปลอดภัยของอาหาร เพราะอาหารเป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งตรงถึงผู้บริโภค สถานที่ผลิตจึงต้องได้รับการออกแบบและก่อสร้างให้ถูกสุขลักษณะ ควบคุมความสะอาด และลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน

ปัญหาที่เจ้าของธุรกิจพบได้บ่อยคือ ความสับสนเกี่ยวกับ ขั้นตอนขออนุญาตโรงงานอาหาร ว่าต้องเริ่มจากจุดใด ต้องเตรียมเอกสารประเภทใด มีขั้นตอนขอ อย. โรงงานอย่างไร และต้องออกแบบอาคารแบบไหน จึงจะลดการแก้ไขหรือรื้อถอนงานหลังจากก่อสร้างไปแล้ว

บทความนี้ ทีม “ช่างโปร” บริษัท โปร เอ็น เซิร์ฟ จำกัด สรุปตั้งแต่การตรวจสอบว่าสถานที่ผลิตเข้าข่ายโรงงานหรือไม่ ขั้นตอนการขออนุญาต รายการเอกสารที่ควรเตรียม การวาง Flow การผลิต และหลักการออกแบบโรงงานอาหารให้รองรับมาตรฐาน GHP และ HACCP

สารบัญเนื้อหา
1. สถานที่ผลิตอาหารเข้าข่ายโรงงานหรือไม่ 2. ขั้นตอนขออนุญาตโรงงานอาหาร 3. รายการเอกสารที่ต้องเตรียม 4. ตารางเปรียบเทียบ SME กับโรงงานขนาดใหญ่ 5. เทคนิคสร้างโรงงานอาหารให้ผ่าน อย. 6. การเตรียมข้อมูลก่อนจ้างออกแบบและก่อสร้าง 7. สรุปแนวทางขออนุญาตโรงงานอาหาร 8. คำถามที่พบบ่อย
1

ตรวจสอบที่ดินก่อนลงทุน

ต้องตรวจสอบผังเมือง การใช้ประโยชน์ที่ดิน ทางเข้าออก ระยะร่น และความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมโดยรอบ

2

วาง Flow ก่อนเขียนแบบ

กำหนดเส้นทางของวัตถุดิบ พนักงาน บรรจุภัณฑ์ สินค้าสำเร็จรูป และของเสียไม่ให้เกิดการปนเปื้อนข้าม

3

แบบต้องตรงกับหน้างานจริง

ชื่อห้อง ตำแหน่งเครื่องจักร ระบบน้ำ ระบบอากาศ และกระบวนการผลิตต้องสอดคล้องกับสิ่งที่ติดตั้งจริง

1. สถานที่ผลิตอาหารของคุณเข้าข่าย “โรงงาน” หรือไม่?

ก่อนเตรียมเอกสาร เจ้าของธุรกิจต้องประเมินขนาดของสถานประกอบการ กำลังเครื่องจักร จำนวนคนงาน และลักษณะกิจกรรมการผลิตก่อน เพราะสถานที่ผลิตอาหารแต่ละประเภท อาจมีขั้นตอนและเอกสารที่ใช้แตกต่างกัน

สถานที่ผลิตอาหารไม่เข้าข่ายโรงงาน

โดยทั่วไปหมายถึงสถานที่ผลิตอาหาร ที่มีกำลังเครื่องจักรและจำนวนคนงาน ต่ำกว่าเกณฑ์โรงงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

แม้กระบวนการด้านโรงงานอาจมีความซับซ้อนน้อยกว่า แต่ยังต้องจัดสถานที่ให้ถูกสุขลักษณะ แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต หรือ GHP

เหมาะกับผู้ประกอบการ SME และสถานที่ผลิตขนาดเล็ก
สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน

หมายถึงสถานที่ผลิตที่มีกำลังเครื่องจักร หรือจำนวนคนงานถึงเกณฑ์ หรือเป็นกิจการที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุม ตามกฎหมายโรงงาน

กลุ่มนี้ต้องพิจารณาทั้งการขออนุญาตด้านโรงงาน การขออนุญาตผลิตอาหาร งานอาคาร ระบบไฟฟ้า ระบบดับเพลิง ระบบบำบัดน้ำเสีย และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม

ต้องประสานทั้งหน่วยงานอุตสาหกรรมและสาธารณสุข

ข้อควรระวัง: เกณฑ์กำลังเครื่องจักร จำนวนคนงาน แบบคำขอ เอกสาร และขั้นตอนการอนุญาต อาจแตกต่างตามประเภทอาหาร ประเภทกิจการ ขนาดสถานประกอบการ และกฎหมายที่มีผลใช้บังคับ ควรตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเริ่มโครงการ

2. ขั้นตอนขออนุญาตโรงงานอาหารแบบทีละขั้นตอน

การขออนุญาตโรงงานอาหารไม่ได้เริ่มต้น ในวันที่นำเอกสารไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่ แต่ควรเริ่มตั้งแต่วันเลือกทำเล กำหนดผลิตภัณฑ์ และวางผังโรงงานให้รองรับกระบวนการผลิตจริง

1

เลือกทำเล

ตรวจสอบผังเมืองและสภาพแวดล้อม

2

ออกแบบ Layout

วาง Flow คน วัตถุดิบ และสินค้า

3

ก่อสร้างโรงงาน

ติดตั้งอาคาร ระบบ และเครื่องจักร

4

ยื่นคำขอตรวจ

จัดเตรียมแบบและเอกสารประกอบ

5

ตรวจประเมิน

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสถานที่จริง

6

รับใบอนุญาต

ดำเนินการด้านผลิตภัณฑ์และเลขสารบบอาหาร

01

เลือกทำเลที่ตั้งและตรวจสอบผังเมือง

ก่อนซื้อหรือเช่าที่ดิน ต้องตรวจสอบว่าพื้นที่ดังกล่าว สามารถใช้ตั้งสถานที่ผลิตอาหารประเภทที่วางแผนไว้ได้หรือไม่ รวมถึงตรวจสอบความเสี่ยงจากแหล่งมลพิษโดยรอบ

  • ตรวจสอบสีผังเมืองและข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน
  • ตรวจสอบแนวเขต ทางเข้าออก ถนนสาธารณะ และระยะร่น
  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้า น้ำประปา และระบบระบายน้ำในพื้นที่
  • หลีกเลี่ยงบริเวณใกล้แหล่งขยะ น้ำเสีย กลิ่น ฝุ่น หรือโรงงานเคมี
  • ตรวจสอบโฉนด ภาระจำยอม และสิทธิการใช้ที่ดินหรืออาคาร
02

ออกแบบผังบริเวณและแปลนพื้นโรงงาน

ขั้นตอนนี้เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างโรงงานอาหาร เพราะต้องวางเส้นทางการไหลของวัตถุดิบ บุคลากร ผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และของเสียไม่ให้เกิดการปนเปื้อนข้าม

  • กำหนดจุดรับและตรวจสอบวัตถุดิบ
  • กำหนดห้องล้าง เตรียม ตัดแต่ง ชั่ง ผสม และปรุงอาหาร
  • แยกพื้นที่อาหารดิบออกจากพื้นที่อาหารสุก
  • กำหนดห้องบรรจุและคลังสินค้าสำเร็จรูป
  • แยกเส้นทางพนักงานออกจากเส้นทางขยะและของเสีย
  • กำหนดจุดล้างมือ เปลี่ยนรองเท้า และเปลี่ยนชุดพนักงาน
03

ก่อสร้างอาคารและติดตั้งเครื่องจักร

เมื่อผังโรงงานได้รับการพัฒนาแล้ว งานก่อสร้างและติดตั้งต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับแบบ โดยเลือกวัสดุที่แข็งแรง ทำความสะอาดง่าย และเหมาะกับสภาพการใช้งาน

  • ติดตั้งพื้น ผนัง และฝ้าเพดานให้เหมาะกับพื้นที่ผลิต
  • กำหนดความลาดเอียงของพื้นและจุดระบายน้ำ
  • ติดตั้งระบบน้ำใช้ น้ำผลิต น้ำร้อน ไอน้ำ หรือลมอัด
  • ติดตั้งระบบระบายอากาศและควบคุมอุณหภูมิ
  • ติดตั้งเครื่องจักรให้มีพื้นที่ทำความสะอาดและซ่อมบำรุง
  • ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันแมลง หนู นก และสัตว์พาหะ
04

ยื่นคำขอตรวจสถานที่ผลิตอาหาร

เมื่อสถานที่ผลิตและระบบต่าง ๆ พร้อมตรวจ ผู้ประกอบการต้องจัดเตรียมคำขอ แบบแปลน และเอกสารประกอบ ยื่นต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบตามพื้นที่ตั้งโรงงาน

  • กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบขั้นตอนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
  • ต่างจังหวัด ตรวจสอบขั้นตอนกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
  • กรณีเข้าข่ายโรงงาน ต้องประสานหน่วยงานด้านอุตสาหกรรมเพิ่มเติม
  • กรณีอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม ต้องตรวจสอบข้อกำหนดของนิคม
05

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจประเมินสถานที่จริง

เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าสถานที่จริง ตรงกับแบบแปลนที่ยื่นไว้หรือไม่ รวมถึงตรวจโครงสร้างอาคาร การแบ่งพื้นที่ ระบบน้ำ ระบบอากาศ การจัดวางเครื่องจักร และสุขลักษณะโดยรวม

  • ตรวจการแบ่งห้องและการแบ่งโซนพื้นที่ผลิต
  • ตรวจพื้น ผนัง ฝ้า ประตู หน้าต่าง และจุดระบายน้ำ
  • ตรวจระบบน้ำ ระบบอากาศ และระบบบำบัดน้ำเสีย
  • ตรวจตำแหน่งเครื่องจักรและพื้นที่ทำความสะอาด
  • ตรวจมาตรการป้องกันการปนเปื้อนและสัตว์พาหะ
06

รับใบอนุญาตผลิตอาหารและดำเนินการด้านผลิตภัณฑ์

เมื่อสถานที่ผลิตผ่านการตรวจประเมิน ผู้ประกอบการจึงดำเนินการรับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง และยื่นข้อมูลของผลิตภัณฑ์แต่ละรายการ เพื่อขอเลขสารบบอาหารหรือดำเนินการ ตามหลักเกณฑ์ของอาหารประเภทนั้น

3. รายการเอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับขออนุญาตโรงงานอาหาร

การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน และตรวจสอบความสอดคล้องระหว่าง เอกสารสิทธิ์ แบบแปลน เครื่องจักร และกระบวนการผลิต จะช่วยลดการแก้ไขและความล่าช้าในการพิจารณา

1

เอกสารทางกฎหมายและเอกสารของผู้ยื่นคำขอ

  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล พร้อมวัตถุประสงค์ของบริษัท
  • สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน ของผู้มีอำนาจลงนาม
  • หนังสือมอบอำนาจ กรณีให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน พร้อมอากรแสตมป์ตามที่กำหนด
  • สำเนาโฉนดที่ดิน สัญญาเช่า หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หรือหลักฐานสิทธิครอบครอง
  • ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ใบรับรองการก่อสร้าง หรือเอกสารด้านอาคารจากหน่วยงานท้องถิ่น
  • เอกสารการดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคาร กรณีนำอาคารเดิมมาปรับปรุงเป็นโรงงานอาหาร
2

เอกสารทางวิศวกรรมและแผนผังโรงงาน

  • แผนที่สังเขปแสดงที่ตั้งโรงงาน ถนน ทางเข้าออก และสิ่งปลูกสร้างบริเวณใกล้เคียง
  • แผนผังบริเวณ หรือ Plot Plan แสดงแนวเขตที่ดิน อาคารผลิต คลังสินค้า จุดพักขยะ และระบบบำบัดน้ำเสีย
  • แปลนพื้นอาคารผลิต หรือ Floor Plan แสดงชื่อห้อง ขนาดพื้นที่ ประตู หน้าต่าง จุดล้างมือ จุดระบายน้ำ และตำแหน่งเครื่องจักร
  • แบบรูปด้าน รูปตัด และรายละเอียดวัสดุพื้น ผนัง ฝ้าเพดาน ประตู และหน้าต่าง
  • แบบระบบน้ำดี น้ำผลิต น้ำเสีย ระบบบำบัดน้ำเสีย และบ่อดักไขมัน
  • แบบระบบไฟฟ้า ระบบระบายอากาศ ระบบปรับอากาศ และระบบป้องกันอัคคีภัย
  • รายการเครื่องจักร กำลังเครื่องจักร วัตถุประสงค์การใช้งาน และตำแหน่งติดตั้ง
  • รายการคำนวณหรือหนังสือรับรอง จากสถาปนิกและวิศวกร ตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด
3

เอกสารด้านกระบวนการผลิตและสุขอนามัย

  • แผนภูมิกระบวนการผลิต หรือ Process Flowchart ตั้งแต่รับวัตถุดิบจนถึงจัดเก็บและขนส่ง
  • รายละเอียดวัตถุดิบ ส่วนผสม บรรจุภัณฑ์ และวิธีการเก็บรักษา
  • รายละเอียดการควบคุมอุณหภูมิ เวลา ความชื้น หรือค่าที่มีผลต่อความปลอดภัยของอาหาร
  • แผนการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ เครื่องจักร อุปกรณ์ และพื้นที่ผลิต
  • แผนควบคุมสัตว์พาหะ เช่น หนู แมลงวัน แมลงสาบ และนก
  • ผลตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ จากจุดใช้งานจริงในโรงงาน
  • เอกสารตรวจสุขภาพผู้ปฏิบัติงาน และมาตรการสุขลักษณะส่วนบุคคล
  • แผนจัดการขยะ เศษอาหาร ของเสีย และกากจากกระบวนการผลิต

จุดที่มักทำให้เอกสารถูกแก้ไข: ชื่อห้องในแบบแปลนไม่ตรงกับกระบวนการผลิตจริง ตำแหน่งเครื่องจักรไม่ตรงกับรายการเครื่องจักร เส้นทางวัตถุดิบตัดกับสินค้าสำเร็จรูป หรือแบบระบบน้ำเสียไม่รองรับปริมาณน้ำเสียจากการผลิต

4. ตารางเปรียบเทียบสถานที่ผลิตขนาดเล็กกับโรงงานขนาดใหญ่

หัวข้อเปรียบเทียบสถานที่ผลิตไม่เข้าข่ายโรงงานสถานที่ผลิตที่เข้าข่ายโรงงาน
ขนาดกิจการ มีกำลังเครื่องจักรและจำนวนคนงาน ต่ำกว่าเกณฑ์โรงงานตามประเภทกิจการ มีกำลังเครื่องจักรหรือจำนวนคนงานถึงเกณฑ์ หรือเป็นกิจการที่ต้องควบคุมตามกฎหมายโรงงาน
การดำเนินการด้านโรงงาน โดยทั่วไปอาจไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน แต่ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายอาคาร สาธารณสุข และอาหาร ต้องตรวจสอบการแจ้งหรือการขอใบอนุญาต กับหน่วยงานด้านอุตสาหกรรม
ความซับซ้อนของแบบแปลน ต้องแสดงสัดส่วนพื้นที่ผลิต สุขลักษณะ และตำแหน่งเครื่องจักรอย่างชัดเจน ต้องมีรายละเอียดงานสถาปัตยกรรม โครงสร้าง ระบบวิศวกรรม และเครื่องจักรมากขึ้น
ระบบบำบัดน้ำเสีย ออกแบบให้เหมาะกับปริมาณและลักษณะน้ำเสีย เช่น บ่อดักไขมันและระบบบำบัดขั้นต้น ต้องมีระบบบำบัดรองรับน้ำเสียจากการผลิต และควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งตามมาตรฐาน
ระบบความปลอดภัย เน้นสุขอนามัยพื้นฐาน ความปลอดภัยอาหาร และความปลอดภัยของอาคาร ต้องพิจารณาทั้งระบบดับเพลิง เครื่องจักร ไฟฟ้า สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยในการทำงาน
การตรวจประเมิน เน้นความเหมาะสมของสถานที่ การแบ่งพื้นที่ และหลักเกณฑ์ GHP ตรวจทั้ง GHP ระบบอาคาร เครื่องจักร สิ่งแวดล้อม และเงื่อนไขของใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง

5. เทคนิคสร้างโรงงานอาหารให้พร้อมสำหรับการตรวจประเมิน

การผ่านการตรวจประเมิน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเอกสารเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่างานออกแบบและก่อสร้างหน้างาน สามารถควบคุมความสะอาด ป้องกันการปนเปื้อน และรองรับกระบวนการผลิตจริงได้หรือไม่

5.1 การแบ่งโซนพื้นที่ตามระดับความเสี่ยง

LOW RISK ZONE

พื้นที่ความเสี่ยงต่ำ

เช่น สำนักงาน ห้องประชุม ห้องเก็บวัตถุดิบแห้ง และคลังเก็บบรรจุภัณฑ์ ที่ไม่มีอาหารเปิดสัมผัสโดยตรง

MEDIUM RISK ZONE

พื้นที่ความเสี่ยงปานกลาง

เช่น ห้องล้างวัตถุดิบ ห้องเตรียมวัตถุดิบ ห้องตัดแต่ง และห้องชั่งส่วนผสม

HIGH RISK ZONE

พื้นที่ความเสี่ยงสูง

เช่น ห้องบรรจุอาหารพร้อมรับประทาน พื้นที่หลังผ่านการฆ่าเชื้อ หรือพื้นที่ก่อนปิดบรรจุภัณฑ์

หลักสำคัญ: การกำหนด Low Risk, Medium Risk และ High Risk ต้องพิจารณาจากชนิดอาหาร กระบวนการผลิต จุดควบคุมอันตราย และความเสี่ยงหลังผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ ไม่ควรใช้รูปแบบเดียวกันกับทุกโรงงาน

5.2 โครงสร้างและวัสดุภายในพื้นที่ผลิต

พื้นโรงงาน

พื้นต้องแข็งแรง เรียบ ไม่แตกร้าว ไม่ลื่น ไม่เกิดน้ำขัง และทนต่อสารเคมีหรืออุณหภูมิตามลักษณะการใช้งาน

วัสดุที่นิยมใช้ตามความเหมาะสม เช่น พื้น PU Screed หรือ Epoxy

ผนังและฝ้าเพดาน

ผิวต้องเรียบ สีอ่อน ทำความสะอาดง่าย ไม่มีรอยแตก ช่องว่าง หรือบริเวณที่เกิดการสะสมของฝุ่นและความชื้น

รอยต่อและมุมห้อง

รอยต่อระหว่างพื้นกับผนัง ควรทำความสะอาดง่าย พื้นที่ที่มีการล้างเป็นประจำ อาจใช้บัวโค้งหรือ Coving

ประตูและหน้าต่าง

ต้องปิดสนิท ลดช่องทางเข้าสู่พื้นที่ผลิตของแมลงและฝุ่น ช่องเปิดควรมีอุปกรณ์ป้องกันสัตว์พาหะ ที่ถอดล้างได้

5.3 ระบบสนับสนุนส่วนกลาง

ระบบระบายอากาศ

ต้องควบคุมทิศทางการไหลของอากาศ ไม่ให้อากาศจากพื้นที่สกปรก ไหลเข้าสู่พื้นที่สะอาดกว่า และควบคุมอุณหภูมิหรือความชื้นตามผลิตภัณฑ์

ระบบน้ำใช้และน้ำผลิต

น้ำที่สัมผัสอาหาร หรือนำไปล้างอุปกรณ์ ต้องมีคุณภาพเหมาะสม และควรตรวจจากจุดใช้งานจริงภายในโรงงาน

ระบบระบายน้ำและน้ำเสีย

พื้นต้องมีความลาดเอียงเหมาะสม ไม่เกิดน้ำขัง ท่อระบายน้ำมีฝาปิด และป้องกันน้ำเสียไหลย้อนกลับ

ระบบป้องกันสัตว์พาหะ

ออกแบบแนวป้องกันหนู แมลง และนก เช่น ประตูปิดอัตโนมัติ ม่านอากาศ ม่านริ้ว ตะแกรง และเครื่องดักแมลง

5.4 แยกเส้นทางการผลิตให้ชัดเจน

  • เส้นทางรับวัตถุดิบไม่ควรตัดกับเส้นทางส่งสินค้าสำเร็จรูป
  • เส้นทางขยะและของเสียไม่ควรผ่านพื้นที่ผลิตสะอาด
  • พนักงานควรผ่านจุดเปลี่ยนชุด ล้างมือ และควบคุมสุขลักษณะก่อนเข้าพื้นที่ผลิต
  • อุปกรณ์สำหรับอาหารดิบและอาหารสุก ควรแยกหรือมีระบบควบคุมที่ชัดเจน
  • ควรมีพื้นที่พักวัตถุดิบและสินค้าที่ควบคุมอุณหภูมิ ตามความจำเป็นของผลิตภัณฑ์

6. ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนจ้างบริษัทออกแบบและก่อสร้างโรงงาน

ก่อนเริ่มออกแบบ เจ้าของโครงการควรรวบรวมข้อมูลธุรกิจให้ชัดเจน เพราะข้อมูลเหล่านี้มีผลโดยตรง ต่อขนาดอาคาร ระบบวิศวกรรม งบประมาณ และระยะเวลาก่อสร้าง

  • ประเภทผลิตภัณฑ์อาหารที่จะผลิตในปัจจุบันและอนาคต
  • กำลังการผลิตต่อวัน ต่อเดือน หรือแต่ละกะ
  • รายการเครื่องจักร ขนาด น้ำหนัก กำลังไฟ และกำลังเครื่องจักร
  • จำนวนพนักงาน แยกตามพื้นที่และกะการทำงาน
  • อุณหภูมิและความชื้นที่ต้องควบคุมในแต่ละห้อง
  • ปริมาณน้ำใช้ น้ำเสีย ไอน้ำ ลมอัด และระบบสาธารณูปโภค
  • มาตรฐานเป้าหมาย เช่น GHP, HACCP, Halal หรือ BRCGS
  • งบประมาณโครงการและวันที่ต้องการเริ่มผลิตสินค้า

เหตุผลที่ควรเลือกทีมออกแบบและก่อสร้างแบบครบวงจร

1

ออกแบบจากการผลิตจริง

นำข้อมูลผลิตภัณฑ์ เครื่องจักร และ Flow การผลิต มาพัฒนาเป็น Plant Layout ก่อนออกแบบตัวอาคาร

2

ลดปัญหาข้อมูลไม่ตรงกัน

สถาปนิก วิศวกร ผู้ประมาณราคา และทีมก่อสร้าง ทำงานร่วมกันตั้งแต่เริ่มโครงการ

3

ควบคุมงบประมาณง่ายขึ้น

การกำหนดวัสดุ ระบบ และตำแหน่งเครื่องจักรตั้งแต่ต้น ช่วยลดงานแก้ไขและงานเพิ่มระหว่างก่อสร้าง

ให้ PRO EN SERV ดูแลตั้งแต่วางผังจนถึงพร้อมก่อสร้าง

บริษัท โปร เอ็น เซิร์ฟ จำกัด ให้บริการออกแบบและก่อสร้างโรงงานอาหารแบบครบวงจร ตั้งแต่สำรวจพื้นที่ ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น วางผังการผลิต ออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม จัดทำแบบขออนุญาต ประมาณราคา และรับเหมาก่อสร้าง

เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจ ที่ต้องการสร้างโรงงานใหม่ ขยายกำลังการผลิต หรือปรับปรุงอาคารเดิม ให้รองรับมาตรฐาน GHP, HACCP และมาตรฐานด้านอาหารที่เกี่ยวข้อง

ปรึกษาโครงการกับ PRO EN SERV

7. สรุปแนวทางขออนุญาตโรงงานอาหาร

การขออนุญาตโรงงานอาหาร และการเตรียมสถานที่ให้พร้อมตรวจ มีรายละเอียดทั้งด้านกฎหมาย อาคาร เครื่องจักร สุขอนามัย กระบวนการผลิต และระบบวิศวกรรม จึงควรเริ่มจากการตรวจสอบที่ดิน และกำหนดข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนเริ่มออกแบบ

หัวใจสำคัญที่เจ้าของธุรกิจควรจำ: ตรวจสอบกฎหมายก่อนซื้อที่ดิน วาง Flow ก่อนเขียนแบบอาคาร แยกพื้นที่ดิบและสุก เลือกวัสดุทำความสะอาดง่าย ออกแบบระบบน้ำ อากาศ และน้ำเสียให้เพียงพอ และตรวจให้แบบแปลนตรงกับหน้างานจริงก่อนยื่นตรวจ

การเตรียมข้อมูลให้ครบตั้งแต่ต้น ช่วยลดการแก้ไขแบบ ลดการรื้อถอนงานก่อสร้าง ควบคุมงบประมาณ และทำให้แผนเปิดโรงงานมีความแน่นอนมากขึ้น

8. FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขออนุญาตโรงงานอาหาร

1. การขออนุญาตโรงงานอาหารใช้เวลานานเท่าไร?

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับประเภทสถานที่ผลิต ความครบถ้วนของเอกสาร ความพร้อมของสถานที่ หน่วยงานที่รับผิดชอบ และจำนวนครั้งที่ต้องแก้ไข จึงควรเผื่อเวลาไว้ในแผนโครงการตั้งแต่ต้น

2. เช่าอาคารพาณิชย์เพื่อผลิตอาหารได้หรือไม่?

สามารถพิจารณาได้ในบางประเภทกิจการ แต่ต้องตรวจสอบผังเมือง การใช้อาคาร สิทธิการใช้สถานที่ การแบ่งพื้นที่ผลิต ระบบระบายอากาศ ระบบน้ำทิ้ง และสภาพแวดล้อมโดยรอบ

3. GHP และ HACCP แตกต่างกันอย่างไร?

GHP เป็นหลักพื้นฐานด้านสุขลักษณะ และวิธีการผลิตที่ดี ครอบคลุมอาคาร บุคลากร การทำความสะอาด และการควบคุมสัตว์พาหะ ส่วน HACCP เป็นระบบวิเคราะห์อันตราย และควบคุมจุดวิกฤต ที่มีผลต่อความปลอดภัยของอาหาร

4. เพิ่มผลิตภัณฑ์หรือสายการผลิตภายหลัง ต้องยื่นขออนุญาตใหม่หรือไม่?

ต้องตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ กระบวนการผลิตใหม่ หรือเครื่องจักรใหม่ ส่งผลต่อประเภทใบอนุญาต ผังโรงงาน ระบบอาคาร และมาตรการความปลอดภัยเดิมหรือไม่

5. กำลังเครื่องจักรต้องนับอุปกรณ์อะไรบ้าง?

ต้องจัดทำรายการเครื่องจักรและอุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตให้ครบถ้วน และควรให้วิศวกร หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ ตรวจสอบหลักเกณฑ์การคำนวณ

6. ใช้น้ำประปาแล้ว ต้องส่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำอีกหรือไม่?

ควรตรวจสอบคุณภาพน้ำ จากจุดใช้งานจริงภายในโรงงาน เพราะคุณภาพน้ำอาจได้รับผลกระทบ จากถังพักน้ำ ระบบท่อ และการจัดเก็บภายในสถานที่

7. หากตรวจสถานที่ครั้งแรกไม่ผ่าน ต้องดำเนินการอย่างไร?

เจ้าหน้าที่อาจแจ้งรายการข้อบกพร่อง หรือสิ่งที่ต้องปรับปรุง ผู้ประกอบการควรแก้ไขให้ตรงประเด็น จัดทำหลักฐานประกอบ และดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด

8. ควรเริ่มออกแบบโรงงานอาหารเมื่อใด?

ควรเริ่มหลังจากทราบประเภทผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต กำลังการผลิต รายการเครื่องจักร จำนวนพนักงาน และมาตรฐานเป้าหมายเบื้องต้นแล้ว

แหล่งข้อมูลที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา | สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด | กรมโรงงานอุตสาหกรรม | สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด | กรมโยธาธิการและผังเมือง | และหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ตั้งโครงการ
หมายเหตุ: แบบคำขอ รายการเอกสาร เกณฑ์การอนุญาต และมาตรฐานที่ใช้ อาจแตกต่างตามประเภทอาหาร ขนาดกิจการ และประกาศที่มีผลใช้บังคับในขณะยื่นคำขอ
Contact Us
Follow Us
บริษัท โปร เอ็น เซิร์ฟ จำกัด
85/197 หมู่ที่ 3 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย
ตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง
จ.นนทบุรี 11110
Email : info@proenserv.com
Tel : 02-571-2116
Hotline : 081-906-2315