BOI • FACTORY & WAREHOUSE • PRO EN SERV

BOI โรงงานและคลังสินค้า ครอบคลุมกิจการประเภทใดบ้าง? คู่มือก่อนลงทุนออกแบบพร้อมก่อสร้าง ปี 2569

ตรวจประเภทกิจการก่อนลงทุน วางผังอาคาร เครื่องจักร และงานระบบให้สอดคล้องกับธุรกิจ

BOI โรงงานและคลังสินค้า: วางแผนประเภทกิจการควบคู่กับงานออกแบบพร้อมก่อสร้าง
BOI โรงงานและคลังสินค้า: วางแผนประเภทกิจการควบคู่กับงานออกแบบพร้อมก่อสร้าง

BOI โรงงานและคลังสินค้า เป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของธุรกิจ นักลงทุน และผู้บริหารโรงงานควรศึกษา ก่อนตัดสินใจลงทุนสร้างโรงงานอุตสาหกรรม ขยายฐานการผลิต หรือพัฒนาศูนย์กระจายสินค้า เพราะสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อาจช่วยสนับสนุนความคุ้มค่าของโครงการและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจ

BOI

คำตอบสั้น ๆ: BOI ครอบคลุมกิจการโรงงานและคลังสินค้าประเภทใดบ้าง?

BOI มีประเภทกิจการส่งเสริมที่เกี่ยวข้องกับโรงงานอุตสาหกรรมหลายกลุ่ม เช่น โรงงานผลิตอาหารแปรรูป ชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และเครื่องมือแพทย์ ส่วนกลุ่มคลังสินค้ามีประเภทกิจการที่สำคัญ ได้แก่ ศูนย์กระจายสินค้า DC, ศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศ IDC, ศูนย์กระจายสินค้าอัจฉริยะ และกิจการห้องเย็น โดยแต่ละประเภทมีเงื่อนไขเงินลงทุน เทคโนโลยี และสิทธิประโยชน์แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม การสร้างอาคารโรงงานหรือคลังสินค้าใหม่ไม่ได้หมายความว่าโครงการจะได้รับสิทธิ BOI โดยอัตโนมัติ เพราะการพิจารณาขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและเงื่อนไขการดำเนินงานจริง

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังวางแผน ออกแบบพร้อมก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้า (Design & Build) การตรวจสอบ BOI ตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้วางแผนที่ดิน ผังอาคาร เครื่องจักร ระบบวิศวกรรม และงบประมาณได้เหมาะสมกับธุรกิจ

บทความนี้รวบรวมประเภทกิจการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโรงงานและคลังสินค้า พร้อมเปรียบเทียบเงื่อนไข BOI ปี 2569 และแนะนำแนวทางวางแผนก่อสร้างสำหรับเจ้าของธุรกิจและนักลงทุน

BOI คืออะไร? ทำไมผู้ลงทุนสร้างโรงงานและคลังสินค้าต้องให้ความสำคัญ?

BOI หรือ Board of Investment คือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งมีหน้าที่ส่งเสริมการลงทุนในกิจการที่สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย

ผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมอาจได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตามประเภทกิจการและหลักเกณฑ์ เช่น

  • การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามเงื่อนไข
  • การยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักร
  • สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับวัตถุดิบสำหรับการผลิตเพื่อส่งออก
  • สิทธิเกี่ยวกับการนำผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้ามาทำงาน
  • สิทธิเกี่ยวกับการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการที่ได้รับส่งเสริมตามหลักเกณฑ์

BOI พิจารณาจากกิจการ ไม่ใช่จากลักษณะของอาคาร

ประเด็นสำคัญคือ BOI ไม่ได้ให้สิทธิประโยชน์เพียงเพราะมีการสร้างโรงงานหรือโกดังสินค้า

ตัวอย่างเช่น โรงงานสองแห่งมีพื้นที่อาคารเท่ากัน แต่แห่งหนึ่งผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตามประเภทกิจการที่ได้รับส่งเสริม ขณะที่อีกแห่งประกอบธุรกิจที่ไม่เข้าเกณฑ์ BOI โครงการทั้งสองอาจได้รับสิทธิประโยชน์แตกต่างกัน

ในทำนองเดียวกัน อาคารคลังสินค้าทั่วไปกับศูนย์กระจายสินค้าที่มีระบบบริหารจัดการทันสมัย อาจมีเงื่อนไขการพิจารณา BOI ไม่เหมือนกัน

ดังนั้น เจ้าของโครงการควรเริ่มจากการตรวจสอบประเภทกิจการก่อน แล้วจึงพัฒนาแบบอาคารให้รองรับกระบวนการทำงานจริง

สามารถตรวจสอบข้อมูลจากบัญชีประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมการลงทุนของ BOI และคู่มือการขอรับการส่งเสริมการลงทุน ปี 2569

BOI ครอบคลุมโรงงานอุตสาหกรรมประเภทใดบ้าง?

สำหรับการลงทุนสร้างโรงงานอุตสาหกรรม BOI มีบัญชีประเภทกิจการส่งเสริมหลายกลุ่ม โดยต้องตรวจสอบรายละเอียดของผลิตภัณฑ์และกรรมวิธีการผลิตเป็นรายกิจการ

กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานออกแบบและก่อสร้างโรงงานมีดังนี้

1. โรงงานผลิตอาหารและแปรรูปสินค้าเกษตร

อุตสาหกรรมอาหารและการแปรรูปสินค้าเกษตรเป็นกลุ่มที่มีประเภทกิจการได้รับส่งเสริมหลายรายการ โดยการพิจารณาขึ้นอยู่กับชนิดสินค้า กระบวนการผลิต และเทคโนโลยีที่ใช้

ตัวอย่างกิจการที่ควรตรวจสอบสิทธิ BOI ได้แก่

  • โรงงานแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร
  • โรงงานผลิตอาหารแช่แข็งบางประเภท
  • โรงงานผลิตวัตถุดิบอาหารที่เข้าเกณฑ์
  • โรงงานแปรรูปสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่
  • โรงงานผลิตอาหารที่มีกระบวนการผลิตตามข้อกำหนด

สิ่งสำคัญในการออกแบบโรงงานอาหาร

โรงงานกลุ่มนี้ควรออกแบบผังการทำงานให้สอดคล้องกับกระบวนการผลิต โดยเฉพาะการรับวัตถุดิบ การผลิต การบรรจุ และการจัดเก็บสินค้า

ประเด็นสำคัญด้านอาคาร ได้แก่ ระบบระบายน้ำ การควบคุมอุณหภูมิ การป้องกันการปนเปื้อน การระบายอากาศ และการจัดเส้นทางขนย้ายสินค้า

หากโครงการมีห้องเย็นร่วมด้วย ควรออกแบบระบบทำความเย็นและพื้นที่จัดเก็บตั้งแต่ต้น เพื่อให้ระบบอาคารและกระบวนการผลิตทำงานสัมพันธ์กัน

ผู้ประกอบการสามารถศึกษาตัวอย่างโครงการเพิ่มเติมได้ที่ผลงานออกแบบและก่อสร้างโรงงานอาหาร ยา และเครื่องมือแพทย์ของ PES

โรงงานผลิตอาหารและแปรรูปสินค้าเกษตร: ออกแบบผังการผลิตและควบคุมการปนเปื้อน
โรงงานผลิตอาหารและแปรรูปสินค้าเกษตร: ออกแบบผังการผลิตและควบคุมการปนเปื้อน

2. โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนบางประเภทอยู่ในบัญชีส่งเสริม BOI โดยมีเงื่อนไขแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และกระบวนการผลิต

ตัวอย่างกิจการ ได้แก่

  • โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ตามประเภทที่กำหนด
  • โรงงานผลิตชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
  • โรงงานผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบขับเคลื่อน
  • โรงงานผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับยานยนต์

แนวทางออกแบบโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์

ควรพิจารณาขนาดและน้ำหนักเครื่องจักร ตำแหน่งสายการผลิต ระบบไฟฟ้า และเส้นทางขนส่งวัตถุดิบ

โรงงานบางแห่งอาจต้องการพื้นที่ประกอบชิ้นส่วนขนาดใหญ่ รวมถึงพื้นที่สำหรับตรวจสอบคุณภาพและจัดเก็บผลิตภัณฑ์

การวางแผนพื้นที่สำหรับขยายสายการผลิตตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นเมื่อธุรกิจต้องปรับกำลังการผลิตในอนาคต

โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และ EV: เตรียมพื้นที่เครื่องจักรและระบบวิศวกรรม
โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และ EV: เตรียมพื้นที่เครื่องจักรและระบบวิศวกรรม

3. โรงงานผลิตอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ไฟฟ้า

กิจการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ไฟฟ้าบางประเภทมีโอกาสเข้าข่ายได้รับการส่งเสริม BOI

ตัวอย่าง เช่น

  • โรงงานผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์
  • โรงงานผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เข้าเกณฑ์
  • โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะทาง
  • โรงงานผลิตชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

โรงงานกลุ่มนี้บางประเภทต้องควบคุมสภาพแวดล้อมการผลิต เช่น อุณหภูมิ ความชื้น ความสะอาด และคุณภาพระบบไฟฟ้า

จึงควรนำข้อมูลเครื่องจักรและข้อกำหนดของกระบวนการผลิตมาใช้ตั้งแต่ขั้นออกแบบอาคาร เพื่อให้สามารถกำหนดพื้นที่ผลิต ระบบปรับอากาศ และระบบวิศวกรรมได้ตรงกับความต้องการ

โรงงานอิเล็กทรอนิกส์: คำนึงถึงอุณหภูมิ ความชื้น และคุณภาพระบบไฟฟ้า
โรงงานอิเล็กทรอนิกส์: คำนึงถึงอุณหภูมิ ความชื้น และคุณภาพระบบไฟฟ้า

4. โรงงานผลิตเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ

BOI มีประเภทกิจการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเครื่องจักร อุปกรณ์อุตสาหกรรม และระบบอัตโนมัติตามเงื่อนไขที่กำหนด

ตัวอย่างกิจการ เช่น โรงงานผลิตเครื่องจักรอุตสาหกรรม โรงงานผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักร และโรงงานผลิตอุปกรณ์ระบบ Automation

ข้อพิจารณาด้านงานก่อสร้าง

โรงงานลักษณะนี้ควรออกแบบให้รองรับเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่อาจมีน้ำหนักมากหรือมีขนาดใหญ่

ประเด็นที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่

  • ความสูงของอาคาร
  • ระยะช่วงเสาระหว่างโครงสร้าง
  • ความสามารถในการรับน้ำหนักของพื้น
  • เส้นทางลำเลียงเครื่องจักร
  • พื้นที่ประกอบและทดสอบผลิตภัณฑ์
  • พื้นที่สำหรับการบำรุงรักษา

การวางผังอาคารให้ยืดหยุ่นช่วยรองรับการปรับปรุงหรือเพิ่มเครื่องจักรในอนาคต

โรงงานผลิตเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ: พื้นและโครงสร้างต้องรองรับการใช้งานจริง
โรงงานผลิตเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ: พื้นและโครงสร้างต้องรองรับการใช้งานจริง

5. โรงงานผลิตโลหะ พลาสติก และวัสดุอุตสาหกรรม

กิจการผลิตวัสดุอุตสาหกรรมบางประเภทอาจขอรับการส่งเสริม BOI ได้ตามหลักเกณฑ์ของผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต

สำหรับงานออกแบบก่อสร้าง ต้องพิจารณาประเภทเครื่องจักร ระบบระบายอากาศ พื้นที่เก็บวัตถุดิบ ระบบสาธารณูปโภค และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม

โรงงานที่มีการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่หรือมีการดำเนินงานเฉพาะทาง ควรให้ทีมออกแบบตรวจสอบข้อกำหนดทางวิศวกรรมก่อนสรุปแบบและงบประมาณ

6. โรงงานผลิตเครื่องมือแพทย์และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์

การผลิตเครื่องมือแพทย์และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์บางประเภทอยู่ในบัญชีส่งเสริม BOI

โรงงานกลุ่มนี้อาจมีข้อกำหนดเกี่ยวกับพื้นที่ผลิต ระบบปรับอากาศ การควบคุมสภาพแวดล้อม และการตรวจสอบคุณภาพ

ผู้ประกอบการจึงควรระบุประเภทสินค้าและมาตรฐานการผลิตให้ชัดเจนก่อนเริ่มโครงการ เพื่อให้การออกแบบพื้นที่และระบบอาคารเหมาะกับการใช้งานจริง

สรุปสำหรับผู้ลงทุน: การพัฒนาโรงงาน BOI ควรเริ่มจากการตรวจสอบประเภทกิจการและกระบวนการผลิต แล้วจึงกำหนดรูปแบบอาคาร เครื่องจักร และระบบวิศวกรรมที่เหมาะสม

โรงงานเครื่องมือแพทย์: วางพื้นที่ผลิตและระบบควบคุมสภาพแวดล้อมตามข้อกำหนด
โรงงานเครื่องมือแพทย์: วางพื้นที่ผลิตและระบบควบคุมสภาพแวดล้อมตามข้อกำหนด

BOI ครอบคลุมคลังสินค้าประเภทใดบ้าง?

คลังสินค้าเป็นอีกกลุ่มที่นักลงทุนและผู้ประกอบการโลจิสติกส์ให้ความสนใจ แต่ต้องเข้าใจว่าคลังสินค้าทุกประเภทไม่ได้รับสิทธิ BOI เหมือนกัน

โดยประเภทกิจการสำคัญที่ควรศึกษา ได้แก่ DC, IDC, Smart Distribution Center และกิจการห้องเย็น

ตารางเปรียบเทียบประเภทคลังสินค้า BOI ปี 2569

บนมือถือ เลื่อนตารางในแนวนอนเพื่ออ่านข้อมูลครบทุกคอลัมน์
ประเภทกิจการรหัส BOIเงื่อนไขหลักกลุ่มสิทธิประโยชน์
ศูนย์กระจายสินค้า DC 10.11.3 ทุนชำระแล้วขั้นต่ำ 10 ล้านบาท และระบบคอมพิวเตอร์บริหารการจัดเก็บ B
ศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศ IDC 10.11.2 ทุนชำระแล้วขั้นต่ำ 10 ล้านบาท เงินลงทุนขั้นต่ำ 100 ล้านบาท กระจายสินค้าอย่างน้อย 5 ประเทศ และผ่านเกณฑ์รายได้ A3
Smart Distribution Center 10.11.1 เงินลงทุนขั้นต่ำ 1,000 ล้านบาท เทคโนโลยีขั้นสูง และเงื่อนไขเพิ่มเติม A2
ห้องเย็นที่ใช้สารทำความเย็นธรรมชาติตามเกณฑ์ 1.4.4.1 ระบบทำความเย็นเข้าเงื่อนไขเฉพาะ A4
ห้องเย็นกรณีอื่นที่เข้าเกณฑ์ 1.4.4.2 ระบบทำความเย็นมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำตามเกณฑ์ B

อ้างอิง: คู่มือการขอรับการส่งเสริมการลงทุน BOI ปี 2569 หน้า 94 และ 197–198 โดยเงินลงทุนขั้นต่ำของ IDC และ Smart Distribution Center ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน ตารางนี้สรุปเงื่อนไขหลัก ไม่ใช่หลักเกณฑ์ทั้งหมด

1. ศูนย์กระจายสินค้า DC (Distribution Center)

DC คือศูนย์กระจายสินค้าที่ดำเนินงานด้านการรับสินค้า จัดเก็บ บริหารสินค้าคงคลัง คัดแยก และกระจายสินค้าอย่างเป็นระบบ

ตามประเภทกิจการ BOI 10.11.3 มีเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่

  • มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท
  • มีสถานที่จัดเก็บสินค้าควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย
  • ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดอื่นที่เกี่ยวข้อง

กิจการ DC อยู่ในกลุ่มสิทธิประโยชน์ B ซึ่งไม่มีสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามสิทธิพื้นฐาน แต่อาจได้รับสิทธิประโยชน์อื่นตามเงื่อนไข

แนวทางออกแบบศูนย์กระจายสินค้า DC

การออกแบบศูนย์กระจายสินค้าควรเริ่มจากข้อมูลปริมาณสินค้าเข้าออก รูปแบบการจัดเก็บ และจำนวนเที่ยวรถขนส่ง

องค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่

  • Loading Dock สำหรับรับและส่งสินค้า
  • พื้นที่เก็บสินค้าและระบบชั้นวาง
  • เส้นทางรถยกและอุปกรณ์ขนถ่าย
  • พื้นที่คัดแยกสินค้า
  • พื้นที่เตรียมจัดส่ง
  • ระบบ WMS สำหรับบริหารคลังสินค้า
  • พื้นที่สำนักงานและพื้นที่สนับสนุนการทำงาน

การออกแบบ Layout ให้สอดคล้องกับการเคลื่อนย้ายสินค้าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่และลดปัญหาความแออัดภายในอาคาร

ผู้ประกอบการสามารถศึกษาผลงานออกแบบและก่อสร้างคลังสินค้าและศูนย์ Fulfillment ของ PES เพื่อประกอบการวางแผนโครงการ

ศูนย์กระจายสินค้า DC: วางพื้นที่รับเข้า จัดเก็บ คัดแยก และจัดส่งอย่างเป็นระบบ
ศูนย์กระจายสินค้า DC: วางพื้นที่รับเข้า จัดเก็บ คัดแยก และจัดส่งอย่างเป็นระบบ

2. ศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศ IDC (International Distribution Center)

IDC เป็นกิจการศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศด้วยระบบที่ทันสมัย เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการใช้ประเทศไทยเป็นฐานบริหารและกระจายสินค้าไปยังหลายประเทศ

ตามประเภทกิจการ BOI 10.11.2 มีเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่

  1. ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท
  2. มีระบบคอมพิวเตอร์ทันสมัยควบคุมการจัดเก็บสินค้า
  3. เงินลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท
  4. กระจายสินค้าไปต่างประเทศไม่น้อยกว่า 5 ประเทศ
  5. มีสัดส่วนรายได้จากค่าบริหารจัดการสินค้าที่ลูกค้านำไปกระจายในต่างประเทศมากกว่าร้อยละ 50 ของรายได้ทั้งหมด

กิจการ IDC อยู่ในกลุ่ม A3 ซึ่งมีสิทธิพื้นฐานยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปี ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด

การออกแบบ IDC ต้องพิจารณาอะไรบ้าง?

นอกจากพื้นที่จัดเก็บสินค้าแล้ว ต้องคำนึงถึงระบบขนส่งและการบริหารสินค้าระหว่างประเทศ เช่น

  • พื้นที่รับเข้าและส่งออกสินค้า
  • ระบบบริหารสินค้าคงคลัง
  • พื้นที่ตรวจสอบและคัดแยกสินค้า
  • จุดขนถ่ายสินค้าสำหรับรถขนส่ง
  • พื้นที่สำหรับงานเอกสารและประสานงานโลจิสติกส์
  • การเชื่อมต่อกับเส้นทางขนส่งหลัก

ทำเลที่ตั้งเป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยควรพิจารณาความสัมพันธ์กับท่าเรือ สนามบิน และโครงข่ายขนส่งตามลักษณะกิจการ

3. ศูนย์กระจายสินค้าอัจฉริยะ (Smart Distribution Center)

Smart Distribution Center เป็นศูนย์กระจายสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการจัดเก็บและบริหารจัดการสินค้า

ตามประเภทกิจการ BOI 10.11.1 มีเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่

  • มีระบบจัดเก็บสินค้าควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ASRS
  • มีเงินลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท
  • มีการดำเนินงานด้านข้อมูลและเทคโนโลยีตามที่กำหนด
  • มีบุคลากรไทยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามสัดส่วนที่กำหนด
  • มีการฝึกอบรมและกิจกรรมวิจัยพัฒนาตามหลักเกณฑ์

กิจการนี้อยู่ในกลุ่ม A2 ซึ่งมีสิทธิพื้นฐานยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปีภายใต้เงื่อนไข

สิ่งสำคัญในการออกแบบ Smart Warehouse

อาคารสำหรับระบบจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติต้องพิจารณาร่วมกับข้อกำหนดของเครื่องจักรและระบบจัดเก็บตั้งแต่ต้น

ประเด็นที่ควรศึกษา ได้แก่

  • ความสูงอาคารและความสูงใช้งานจริง
  • ระยะช่วงเสา
  • ความสามารถในการรับน้ำหนักและความเรียบของพื้น
  • การจัดตำแหน่งระบบ ASRS
  • ระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสาร
  • พื้นที่ติดตั้งและบำรุงรักษา
  • ระบบความปลอดภัยและป้องกันอัคคีภัย

ข้อควรเข้าใจ: การมี WMS หรือใช้อุปกรณ์อัตโนมัติบางส่วนไม่ได้ทำให้ได้รับ BOI ประเภท Smart Distribution Center โดยอัตโนมัติ โครงการต้องผ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่กำหนด

Smart Distribution Center: ออกแบบอาคารร่วมกับระบบจัดเก็บอัตโนมัติ ASRS
Smart Distribution Center: ออกแบบอาคารร่วมกับระบบจัดเก็บอัตโนมัติ ASRS

4. คลังสินค้าห้องเย็น (Cold Storage)

กิจการห้องเย็นเป็นอีกประเภทที่ BOI มีหลักเกณฑ์การส่งเสริมอย่างชัดเจน

ตามประเภทกิจการ 1.4.4 แบ่งเป็นสองกลุ่มสำคัญ ได้แก่

ประเภท 1.4.4.1: กิจการห้องเย็นหรือกิจการห้องเย็นและขนส่งห้องเย็นที่ใช้สารทำความเย็นธรรมชาติตามเกณฑ์ จัดอยู่ในกลุ่ม A4

ประเภท 1.4.4.2: กิจการห้องเย็นหรือกิจการห้องเย็นและขนส่งห้องเย็นกรณีอื่นที่ใช้สารทำความเย็นซึ่งมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำตามเกณฑ์ จัดอยู่ในกลุ่ม B

แนวทางออกแบบก่อสร้างคลังสินค้าห้องเย็น

การออกแบบควรเริ่มจากประเภทสินค้าที่ต้องจัดเก็บและอุณหภูมิที่ต้องการ

ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ระบบฉนวนอาคาร ระบบควบคุมอุณหภูมิ พื้นที่รับส่งสินค้า ความถี่เปิดประตู และระบบพลังงาน

การวางแผนระบบอาคารอย่างเหมาะสมช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารต้นทุนด้านพลังงานและรักษาคุณภาพสินค้าระหว่างจัดเก็บได้ดีขึ้น

คลังสินค้าห้องเย็น: พิจารณาระบบฉนวน อุณหภูมิ และประสิทธิภาพพลังงาน
คลังสินค้าห้องเย็น: พิจารณาระบบฉนวน อุณหภูมิ และประสิทธิภาพพลังงาน

5. คลังสินค้าสินค้าเกษตรและไซโล

BOI ยังมีประเภทกิจการเกี่ยวกับการคัดคุณภาพและเก็บรักษาผลิตผลทางการเกษตร รวมถึงกิจการอบพืชและไซโลตามเกณฑ์

แม้อาคารลักษณะนี้อาจคล้ายคลังสินค้าทั่วไป แต่การได้รับส่งเสริมขึ้นอยู่กับกิจกรรมและเทคโนโลยีที่ใช้จริง

การออกแบบจึงต้องคำนึงถึงประเภทสินค้า เครื่องคัดแยก ระบบลำเลียง และความต้องการด้านการเก็บรักษาเป็นสำคัญ

คลังสินค้าทั่วไปหรือคลังสินค้าให้เช่าสามารถขอ BOI ได้หรือไม่?

คลังสินค้าทั่วไปไม่ได้รับ BOI โดยอัตโนมัติ และการให้เช่าพื้นที่เก็บสินค้าไม่ได้หมายความว่าเป็นกิจการ DC หรือ IDC

ผู้ประกอบการควรแยกรูปแบบธุรกิจดังนี้

กรณีที่ 1: คลังสินค้าในพื้นที่โรงงาน

หากคลังสินค้าเป็นอาคารสนับสนุนกิจการผลิต ต้องพิจารณาว่าอยู่ภายในขอบเขตโครงการที่ได้รับการส่งเสริมหรือไม่

กรณีที่ 2: อาคารคลังสินค้าให้เช่า

หากลงทุนสร้างอาคารเพื่อปล่อยเช่าพื้นที่ ต้องตรวจสอบประเภทกิจการของผู้ลงทุนโดยเฉพาะ เพราะการให้เช่าพื้นที่ไม่ใช่กิจการศูนย์กระจายสินค้าโดยอัตโนมัติ

กรณีที่ 3: บริษัทโลจิสติกส์ที่ดำเนินกิจการกระจายสินค้า

หากธุรกิจมีการบริหารจัดเก็บและกระจายสินค้าตามข้อกำหนดของ BOI อาจมีประเภทกิจการที่เกี่ยวข้องสำหรับการยื่นขอรับส่งเสริม

ดังนั้น ก่อนลงทุนสร้างคลังสินค้า ควรระบุรูปแบบธุรกิจ ผู้ดำเนินกิจการ ระบบที่ใช้ และแหล่งที่มาของรายได้ให้ชัดเจน

สิทธิประโยชน์ BOI สำหรับศูนย์กระจายสินค้าแตกต่างกันอย่างไร?

สิทธิประโยชน์พื้นฐานด้านภาษีเงินได้นิติบุคคลของกลุ่มกิจการที่กล่าวถึง สรุปได้ดังนี้

บนมือถือ เลื่อนตารางในแนวนอนเพื่ออ่านข้อมูลครบทุกคอลัมน์
กลุ่มกิจการสิทธิพื้นฐานด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล
A2 ยกเว้น 8 ปี ตามเงื่อนไขและวงเงินที่กำหนด
A3 ยกเว้น 5 ปี ตามเงื่อนไขและวงเงินที่กำหนด
A4 ยกเว้น 3 ปี ตามเงื่อนไขและวงเงินที่กำหนด
B ไม่มีสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลพื้นฐาน

แม้กิจการกลุ่ม B จะไม่มีสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลพื้นฐาน แต่ยังอาจได้รับสิทธิอื่นตามหลักเกณฑ์

การประเมินความคุ้มค่าของโครงการควรพิจารณาทั้งต้นทุนที่ดิน อาคาร เครื่องจักร ระบบจัดเก็บ ต้นทุนดำเนินงาน และสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจริง โดยไม่ควรนำระยะเวลายกเว้นภาษีไปคำนวณผลตอบแทนก่อนตรวจสอบเงื่อนไขของโครงการ

ทำไมการออกแบบพร้อมก่อสร้างจึงสำคัญสำหรับโครงการโรงงานและคลังสินค้า BOI?

การลงทุนสร้างโรงงานหรือคลังสินค้าเป็นการลงทุนระยะยาว การวางแผนออกแบบอาคารให้เหมาะกับการใช้งานจริงจึงมีความสำคัญไม่น้อยกว่าการศึกษาสิทธิประโยชน์ BOI

1. ออกแบบ Layout ให้สัมพันธ์กับการทำงาน

โรงงานควรจัดผังให้เหมาะกับขั้นตอนรับวัตถุดิบ ผลิต ตรวจสอบคุณภาพ จัดเก็บ และจัดส่ง

ส่วนคลังสินค้าควรพิจารณาเส้นทางรับสินค้า การจัดเก็บ การหยิบสินค้า และการขนส่ง เพื่อลดการเคลื่อนย้ายที่ไม่จำเป็น

2. ออกแบบโครงสร้างให้รองรับเครื่องจักร

เครื่องจักรอุตสาหกรรมและระบบจัดเก็บสินค้าอาจมีข้อกำหนดด้านโครงสร้างแตกต่างกัน

การเตรียมข้อมูลเครื่องจักรก่อนออกแบบจะช่วยให้วิศวกรกำหนดขนาดโครงสร้าง ความสามารถในการรับน้ำหนักของพื้น และพื้นที่ติดตั้งได้เหมาะสม

3. วางระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภคอย่างเหมาะสม

โรงงานบางประเภทต้องการระบบไฟฟ้า น้ำ ระบายอากาศ หรือระบบประกอบอาคารเฉพาะทาง

การวางแผนตั้งแต่ต้นช่วยลดข้อจำกัดในการติดตั้งเครื่องจักรและการขยายกำลังการผลิตในอนาคต

4. ตรวจสอบกฎหมายและใบอนุญาตก่อนเริ่มก่อสร้าง

แม้โครงการจะได้รับการส่งเสริม BOI แต่ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายก่อสร้าง กฎหมายโรงงาน ผังเมือง และข้อกำหนดอื่นที่เกี่ยวข้อง

การตรวจสอบที่ดินและใบอนุญาตก่อนเริ่มโครงการจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ

5. บริหารงบประมาณและระยะเวลาก่อสร้าง

บริการ Design & Build ช่วยให้การออกแบบ งานวิศวกรรม และการก่อสร้างมีการประสานงานร่วมกันภายใต้ขอบเขตโครงการที่ชัดเจน

สำหรับผู้ลงทุน การเปรียบเทียบงบประมาณควรดูรายการงานทั้งหมด รวมถึงงานระบบ พื้นที่ภายนอก และระบบพิเศษ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะราคาก่อสร้างต่อตารางเมตร

6. รองรับการขยายกิจการในอนาคต

โรงงานและคลังสินค้าที่ออกแบบโดยคำนึงถึงการเติบโตของธุรกิจ จะช่วยให้สามารถวางแผนเพิ่มเครื่องจักร ขยายพื้นที่จัดเก็บ หรือปรับผังการทำงานได้สะดวกขึ้น

สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มโครงการ สามารถศึกษารายละเอียดบริการออกแบบ ขออนุญาต และก่อสร้างโรงงานและคลังสินค้าแบบครบวงจรของ PRO EN SERV เพื่อประกอบการวางแผนได้

วางผังโรงงานและคลังสินค้าให้สัมพันธ์กับกระบวนการทำงาน เครื่องจักร และงานระบบ
วางผังโรงงานและคลังสินค้าให้สัมพันธ์กับกระบวนการทำงาน เครื่องจักร และงานระบบ

ก่อนลงทุนสร้างโรงงานหรือคลังสินค้า BOI ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?

การเตรียมข้อมูลที่ครบถ้วนช่วยให้การวางแผนด้าน BOI และงานก่อสร้างดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน

ข้อมูลเกี่ยวกับกิจการ

  • ประเภทผลิตภัณฑ์หรือบริการ
  • กระบวนการผลิตหรือการจัดเก็บสินค้า
  • กำลังการผลิตหรือปริมาณสินค้า
  • แผนการขยายกิจการ
  • ประเภทกิจการ BOI ที่ต้องการตรวจสอบ

ข้อมูลเกี่ยวกับที่ดิน

  • ขนาดและตำแหน่งที่ดิน
  • ข้อกำหนดผังเมือง
  • ทางเข้าออกและเส้นทางขนส่ง
  • ระบบไฟฟ้าและน้ำ
  • ข้อจำกัดด้านกฎหมายและการก่อสร้าง

ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องจักรและอาคาร

  • ขนาดพื้นที่ผลิต
  • จำนวนและขนาดเครื่องจักร
  • น้ำหนักเครื่องจักรและอุปกรณ์
  • ความสูงอาคารที่ต้องการ
  • รูปแบบชั้นวางสินค้า
  • ระบบไฟฟ้าและระบบประกอบอาคาร

ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุน

  • งบประมาณโครงการ
  • เป้าหมายเริ่มก่อสร้าง
  • เป้าหมายเปิดใช้งาน
  • แผนติดตั้งเครื่องจักร
  • แผนขยายกำลังการผลิตหรือพื้นที่จัดเก็บ

ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาใช้กำหนดแนวคิดการออกแบบเบื้องต้นและประเมินความเป็นไปได้ของโครงการ

ขั้นตอนออกแบบพร้อมก่อสร้างโรงงานและคลังสินค้า (Design & Build)

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างโรงงานหรือคลังสินค้า การใช้บริการออกแบบพร้อมก่อสร้างช่วยให้การประสานงานด้านแบบและการก่อสร้างมีความต่อเนื่องมากขึ้น

แนวทางดำเนินงานประกอบด้วย

ขั้นตอนที่ 1: สำรวจความต้องการของธุรกิจ

เริ่มจากกำหนดประเภทกิจการ พื้นที่ใช้งาน เครื่องจักร รูปแบบการจัดเก็บ และเป้าหมายของโครงการ

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบความเป็นไปได้ของที่ดิน

พิจารณาข้อกำหนดผังเมือง ทางเข้าออก สาธารณูปโภค และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนที่ 3: จัดทำแบบแนวคิดและวางผังอาคาร

ออกแบบ Layout พื้นที่ผลิต พื้นที่จัดเก็บ สำนักงาน และเส้นทางการขนส่งสินค้า

ขั้นตอนที่ 4: ออกแบบรายละเอียดและประมาณราคา

พัฒนาแบบสถาปัตยกรรม โครงสร้าง และงานระบบวิศวกรรม พร้อมจัดทำประมาณราคาและขอบเขตงาน

ขั้นตอนที่ 5: เตรียมใบอนุญาตและดำเนินงานก่อสร้าง

จัดเตรียมเอกสารและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นดำเนินงานก่อสร้างตามแบบและแผนงาน

ขั้นตอนที่ 6: ตรวจรับและส่งมอบอาคาร

ตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างตามขอบเขตโครงการ พร้อมเตรียมความพร้อมสำหรับการติดตั้งเครื่องจักรหรือเปิดใช้งาน

ขั้นตอน Design & Build: สำรวจ ออกแบบ ประมาณราคา ขออนุญาต ก่อสร้าง และส่งมอบ
ขั้นตอน Design & Build: สำรวจ ออกแบบ ประมาณราคา ขออนุญาต ก่อสร้าง และส่งมอบ

ทำไมผู้ลงทุนควรพิจารณา PRO EN SERV (PES) สำหรับงานออกแบบพร้อมก่อสร้าง?

บริษัท โปร เอ็น เซิร์ฟ จำกัด (PRO EN SERV หรือ PES) ให้บริการออกแบบ ขออนุญาต และก่อสร้างอาคารธุรกิจครบวงจร โดยครอบคลุมโรงงานอุตสาหกรรม โกดัง คลังสินค้า และอาคารประเภทอื่นตามขอบเขตบริการของบริษัท

บริการที่เกี่ยวข้องกับผู้ลงทุนโรงงานและคลังสินค้า ได้แก่

  • การให้คำปรึกษาและสำรวจพื้นที่เบื้องต้น
  • การออกแบบผังอาคารให้เหมาะกับการใช้งานจริง
  • การจัดทำแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม
  • การจัดเตรียมแบบและเอกสารด้านการอนุญาตก่อสร้าง
  • การก่อสร้างและควบคุมงาน
  • การประสานงานงานระบบประกอบอาคาร
  • การส่งมอบและบริการหลังการขายตามเงื่อนไขโครงการ

ตัวอย่างประเภทผลงานของ PES

PES มีผลงานที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ เช่น

งานก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม: โครงการโรงงานพร้อมสำนักงานในนิคมอุตสาหกรรม TFD จังหวัดฉะเชิงเทรา

งานก่อสร้างและปรับปรุงคลังสินค้า: โครงการปรับปรุงคลังสินค้า SURE FILTER ให้เป็นศูนย์ Fulfillment ที่รองรับระบบขนย้ายสินค้า รวมถึงโครงการคลังสินค้าโครงสร้างเหล็ก Solar D

งานปรับปรุงระบบคลังสินค้า: โครงการแก้ไขปัญหาพื้นคลังสินค้าและปรับปรุงพื้นที่จัดเก็บสำหรับ DSV Solutions

สามารถดูข้อมูลและรายละเอียดโครงการได้จากผลงานออกแบบก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม และผลงานก่อสร้างโกดังและคลังสินค้า

ตัวอย่างผลงานดังกล่าวใช้เพื่อแสดงขอบเขตงานออกแบบและก่อสร้าง ไม่ได้หมายความว่าโครงการนั้นได้รับการส่งเสริม BOI

การวางแผนร่วมกับทีมออกแบบและก่อสร้างตั้งแต่ต้นช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถนำความต้องการด้านการผลิต การจัดเก็บสินค้า และงบประมาณมาพัฒนาเป็นแนวทางโครงการที่ชัดเจนขึ้น

ปรึกษา PRO EN SERV เพื่อวางแผนออกแบบและก่อสร้างโรงงานหรือคลังสินค้า
ปรึกษา PRO EN SERV เพื่อวางแผนออกแบบและก่อสร้างโรงงานหรือคลังสินค้า

Checklist ก่อนเริ่มลงทุนสร้างโรงงานหรือคลังสินค้า BOI

ก่อนเริ่มโครงการ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบความพร้อมตามรายการต่อไปนี้

  • กำหนดประเภทกิจการและผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจน
  • ตรวจสอบประเภทกิจการ BOI ที่เกี่ยวข้อง
  • ศึกษาสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการลงทุน
  • ตรวจสอบความเหมาะสมของที่ดิน
  • เตรียมข้อมูลเครื่องจักรหรือระบบจัดเก็บสินค้า
  • กำหนดพื้นที่ใช้งานภายในอาคาร
  • ประเมินความต้องการระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค
  • กำหนดงบประมาณและระยะเวลาก่อสร้าง
  • ตรวจสอบใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง
  • วางแผนพื้นที่สำหรับการขยายธุรกิจ
  • หารือผู้เชี่ยวชาญด้าน BOI ตามความเหมาะสม
  • ขอข้อเสนอ Design & Build ที่ระบุขอบเขตงานชัดเจน

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ BOI โรงงานและคลังสินค้า

1. โรงงานอุตสาหกรรมทุกประเภทสามารถขอ BOI ได้หรือไม่?

ไม่ใช่ทุกประเภทค่ะ การได้รับส่งเสริมขึ้นอยู่กับบัญชีประเภทกิจการ ผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต เทคโนโลยี และเงื่อนไขที่ BOI กำหนด

2. คลังสินค้าทั่วไปสามารถขอ BOI ได้หรือไม่?

การมีอาคารคลังสินค้าไม่ได้ทำให้ได้รับ BOI โดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบว่ากิจการที่ดำเนินงานเข้าเงื่อนไขประเภทกิจการที่ได้รับส่งเสริมหรือไม่

3. คลังสินค้าให้เช่าสามารถขอ BOI ได้หรือไม่?

ต้องตรวจสอบรูปแบบธุรกิจเป็นรายกรณี การให้เช่าพื้นที่จัดเก็บสินค้าเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าเข้าข่ายกิจการ DC หรือ IDC

4. ศูนย์กระจายสินค้า DC ต้องมีทุนจดทะเบียนเท่าไร?

กิจการประเภท 10.11.3 กำหนดทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท และต้องมีระบบคอมพิวเตอร์ทันสมัยควบคุมการจัดเก็บสินค้า รวมถึงผ่านหลักเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง

5. ศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศ IDC ต้องลงทุนขั้นต่ำเท่าไร?

ประเภท 10.11.2 กำหนดเงินลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขด้านทุนชำระแล้ว การกระจายสินค้าไปต่างประเทศ และสัดส่วนรายได้

6. Smart Warehouse ที่มีระบบ WMS สามารถได้รับสิทธิ BOI กลุ่ม A2 ทันทีหรือไม่?

ไม่ได้ทันทีค่ะ กิจการศูนย์กระจายสินค้าอัจฉริยะประเภท 10.11.1 ต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำ 1,000 ล้านบาท และผ่านเงื่อนไขด้านเทคโนโลยี ระบบข้อมูล บุคลากร และการวิจัยพัฒนาเพิ่มเติม

7. คลังสินค้าห้องเย็นสามารถขอ BOI ได้หรือไม่?

มีประเภทกิจการห้องเย็นที่ BOI ให้การส่งเสริม แต่ต้องพิจารณาระบบทำความเย็นและเงื่อนไขของประเภท 1.4.4.1 หรือ 1.4.4.2 ให้ถูกต้อง

8. หากโรงงานได้รับ BOI แล้ว สามารถสร้างคลังสินค้าเพิ่มได้หรือไม่?

สามารถวางแผนขยายอาคารได้ แต่ต้องตรวจสอบว่าการเพิ่มพื้นที่เกี่ยวข้องกับขอบเขตโครงการในบัตรส่งเสริมหรือไม่ รวมถึงการแก้ไขโครงการและการขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง

9. ควรออกแบบโรงงานก่อนหรือหลังยื่นขอ BOI?

ควรเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการและออกแบบเบื้องต้นควบคู่กับการตรวจสอบหลักเกณฑ์ BOI โดยหารือผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับลำดับการยื่นคำขอและการเริ่มลงทุน

10. การใช้บริการ Design & Build เหมาะกับโครงการโรงงานหรือคลังสินค้า BOI อย่างไร?

ช่วยให้การวางผังอาคาร งานโครงสร้าง ระบบวิศวกรรม งบประมาณ และงานก่อสร้างมีการประสานงานร่วมกันตั้งแต่ต้น ทำให้อาคารสอดคล้องกับการใช้งานจริง ทั้งนี้ บริษัทออกแบบก่อสร้างไม่สามารถรับประกันการอนุมัติสิทธิ BOI ซึ่งเป็นหน้าที่พิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สรุป: ก่อนลงทุนสร้างโรงงานหรือคลังสินค้า ควรตรวจสอบ BOI และวางแผนออกแบบควบคู่กัน

BOI โรงงานและคลังสินค้า มีความเกี่ยวข้องกับกิจการหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่โรงงานผลิตอาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และเครื่องมือแพทย์ ไปจนถึงกิจการศูนย์กระจายสินค้า DC, IDC, Smart Distribution Center และคลังสินค้าห้องเย็นที่เข้าเงื่อนไข

อย่างไรก็ตาม สิทธิประโยชน์ BOI ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและหลักเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ใช่เพียงการลงทุนสร้างอาคารใหม่

สำหรับเจ้าของธุรกิจและนักลงทุน การวางแผนที่ดีควรพิจารณาทั้งประเภทกิจการ สิทธิประโยชน์ BOI ความเหมาะสมของที่ดิน การวางผังอาคาร ระบบเครื่องจักร งานวิศวกรรม งบประมาณ และแผนการขยายธุรกิจ

การเลือกทีมออกแบบพร้อมก่อสร้างที่เข้าใจลักษณะธุรกิจจึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้โรงงานหรือคลังสินค้าพร้อมรองรับการดำเนินงานในระยะยาว

วางแผนสร้างโรงงานหรือคลังสินค้าใหม่? ปรึกษา PRO EN SERV

หากคุณกำลังวางแผนสร้างโรงงานอุตสาหกรรม ขยายโรงงานเดิม พัฒนาคลังสินค้า หรือสร้างศูนย์กระจายสินค้าเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ

บริษัท โปร เอ็น เซิร์ฟ จำกัด (PRO EN SERV / PES) พร้อมให้คำปรึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับบริการออกแบบพร้อมก่อสร้าง (Design & Build) ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ วางแนวคิดโครงการ ออกแบบอาคาร งานระบบวิศวกรรม ไปจนถึงการวางแผนก่อสร้างให้เหมาะกับความต้องการของธุรกิจ

ศึกษารายละเอียดบริการออกแบบ ขออนุญาต และก่อสร้างครบวงจรของ PES

ติดต่อ PES เพื่อปรึกษาโครงการหรือขอใบเสนอราคา

เพราะโรงงานหรือคลังสินค้าที่ดี ไม่ใช่เพียงอาคารที่ก่อสร้างเสร็จ แต่ต้องตอบโจทย์การใช้งานจริงและพร้อมสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) – คู่มือการขอรับการส่งเสริมการลงทุน ปี 2569 โดยเฉพาะหน้า 94 และ 197–198
  2. BOI – ประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมการลงทุน
  3. กรมโรงงานอุตสาหกรรม – แบบฟอร์มและข้อมูลการอนุญาตโรงงาน
  4. PRO EN SERV – บริการออกแบบ ขออนุญาต และก่อสร้างครบวงจร
  5. PRO EN SERV – ผลงานออกแบบและก่อสร้างโรงงานและคลังสินค้า

หมายเหตุ: เนื้อหานี้อ้างอิงคู่มือ BOI ฉบับเมษายน 2569 เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ประเภทกิจการ สิทธิประโยชน์ และเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของ BOI ผู้ลงทุนควรตรวจสอบหลักเกณฑ์ที่มีผลกับโครงการจริงก่อนตัดสินใจลงทุน

Contact Us
Follow Us
บริษัท โปร เอ็น เซิร์ฟ จำกัด
85/197 หมู่ที่ 3 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย
ตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง
จ.นนทบุรี 11110
Email : info@proenserv.com
Tel : 02-571-2116
Hotline : 081-906-2315