ก่อสร้างโกดังต้องรู้ก่อนว่าจะเก็บอะไร ใช้ระบบจัดเก็บและขนถ่ายแบบใด
WAREHOUSE DESIGN & CONSTRUCTION

ก่อสร้างโกดัง
ต้องรู้ก่อนหรือไม่ว่า
“จะใช้เก็บอะไร?”

ก่อนกำหนดขนาดอาคาร ควรรู้ทั้ง ประเภทสินค้า ระบบจัดเก็บ อุปกรณ์ขนถ่าย และ Material Flow เพราะข้อมูลเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อ Layout ความสูง ระยะเสา พื้น Loading Area และงบประมาณก่อสร้าง

การ ก่อสร้างโกดัง หรือ ก่อสร้างคลังสินค้า ไม่ควรเริ่มต้นจากคำถามเพียงว่า “ต้องการอาคารกี่ตารางเมตร?” หรือ “มีงบก่อสร้างเท่าไร?” เพราะอาคารขนาดเท่ากันสามารถมีรูปแบบการออกแบบแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับว่าสินค้าที่จัดเก็บคืออะไร จัดเก็บอย่างไร ใช้อุปกรณ์อะไรขนถ่าย และสินค้ามีปริมาณเข้า-ออกมากเพียงใด

ตัวอย่างเช่น คลังสินค้าขนาด 2,000 ตร.ม. ที่วางสินค้ากับพื้น กับคลังขนาดเท่ากันที่ใช้ Pallet Rack สูงหลายระดับ อาจต้องการความสูงอาคาร น้ำหนักพื้น ระยะเสา ทางเดิน Forklift ระบบ Fire Protection และ Loading Area แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

01

จะเก็บ “สินค้าอะไร”

ต้องรู้ประเภท ขนาด น้ำหนัก จำนวน SKU และเงื่อนไขพิเศษของสินค้า

02

จะ “จัดเก็บอย่างไร”

Floor Stacking, Pallet Rack, VNA, High Density หรือ Automated Storage

03

จะ “ขนถ่ายด้วยอะไร”

Forklift, Reach Truck, Conveyor, AGV, AMR หรือระบบอัตโนมัติ

1

ทำไมต้องรู้รูปแบบการใช้งาน ก่อนก่อสร้างโกดัง?

ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยในการ ก่อสร้างโกดัง คือคิดเรื่อง “ตัวอาคาร” ก่อนคิดเรื่อง Operation ภายในอาคาร

ตัวอย่างเช่น กำหนดอาคารไว้แล้วว่า กว้าง 30 เมตร ยาว 60 เมตร สูง 8 เมตร แต่เมื่อถึงเวลาติดตั้ง Rack จึงพบว่าแนวเสาขวางตำแหน่งชั้นวาง หรือทางเดินที่เหลือไม่เหมาะกับรถ Forklift ที่เลือกใช้

การวาง Layout โกดังให้สัมพันธ์กับ Rack เสาอาคารและรถ Forklift
ภาพที่ 2 — Layout อาคารควรพัฒนาจากการใช้งานจริง ไม่ใช่สร้างอาคารเสร็จแล้วจึงนำ Rack และรถยกมาใส่ภายหลัง
แนวคิดที่เหมาะสมคือ
สินค้า → ปริมาณสินค้า → รูปแบบจัดเก็บ → อุปกรณ์ขนถ่าย → Material Flow → Layout → ตัวอาคาร

หากลำดับกลับกัน พื้นที่ที่ตั้งใจจะใช้จัดเก็บสินค้าเต็มประสิทธิภาพ อาจสูญเสียไปกับทางเดิน พื้นที่กลับรถ หรือตำแหน่งเสาที่ไม่สัมพันธ์กับระบบจัดเก็บ

2

ก่อนออกแบบคลังสินค้า ต้องรู้ว่าสินค้ามีลักษณะอย่างไร

ขั้นแรกของการ ออกแบบคลังสินค้า คือการทำความเข้าใจสินค้า หรือ SKU ที่จะเข้ามาอยู่ภายในอาคาร

ข้อมูลสินค้าที่ต้องใช้ก่อนออกแบบและก่อสร้างคลังสินค้า
ภาพที่ 3 — สินค้า Capacity และอัตราการเข้า-ออก คือข้อมูลตั้งต้นของการออกแบบคลังสินค้า
ประเภทสินค้า สินค้าอุปโภค บรรจุภัณฑ์ วัตถุดิบ อะไหล่ อาหาร หรือสินค้าเฉพาะทาง
ขนาดสินค้า ขนาดต่อชิ้น ต่อกล่อง หรือต่อพาเลท
น้ำหนักต่อหน่วย มีผลต่อการออกแบบพื้น Rack และอุปกรณ์ขนถ่าย
จำนวน SKU ยิ่งมี SKU มาก รูปแบบการเข้าถึงสินค้า ยิ่งมีความสำคัญ
Capacity ควรรู้จำนวนพาเลทหรือจำนวนหน่วยสูงสุด ที่ต้องการจัดเก็บ
Throughput สินค้าเข้า-ออกกี่พาเลท กี่ Order หรือกี่เที่ยวรถต่อวัน
สภาวะแวดล้อม ต้องควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น หรือความสะอาดหรือไม่
แผนเติบโต ประเมิน Capacity ที่อาจเพิ่มขึ้น ในอีก 3–5 ปี
อย่ามองข้าม “น้ำหนักสินค้า” เพราะพื้นต้องรองรับทั้งสินค้า ชั้นวาง และน้ำหนักจากอุปกรณ์ขนถ่ายที่วิ่งอยู่ตลอดอายุการใช้งาน
3

ระบบจัดเก็บสินค้า มีผลต่อการก่อสร้างโกดังอย่างไร?

Warehouse Storage System แต่ละประเภท ต้องการพื้นที่ ความสูง ทางเดิน และอุปกรณ์ขนถ่ายไม่เหมือนกัน จึงควรเลือกระบบในระดับ Concept ก่อน Finalize Layout อาคาร

เปรียบเทียบระบบจัดเก็บสินค้า Floor Stacking Selective Rack VNA และ ASRS
ภาพที่ 4 — ระบบจัดเก็บเป็นหนึ่งในตัวกำหนดความสูงอาคาร ระยะเสา ทางเดินรถยก และ Storage Capacity
1

Floor Stacking

วางสินค้าซ้อนบนพื้น เหมาะกับสินค้าเป็นล็อตใหญ่ SKU ไม่มาก และสินค้าที่สามารถซ้อนกันได้

2

Selective Pallet Rack

เข้าถึงแต่ละพาเลทได้โดยตรง เหมาะกับคลังที่มีหลาย SKU และต้องการความยืดหยุ่น

3

Drive-in / Drive-through

เพิ่มความหนาแน่นในการจัดเก็บ โดยให้ Forklift วิ่งเข้าไปภายในช่อง Rack

4

Double Deep / High Density

เพิ่มจำนวนพาเลทต่อพื้นที่ แต่ต้องพิจารณารถยกและวิธีเข้าถึงสินค้าให้เหมาะสม

5

Very Narrow Aisle — VNA

ลดความกว้างทางเดินเพื่อเพิ่มพื้นที่ Rack แต่ต้องใช้รถยกที่เหมาะกับช่องทางแคบ

6

AS/RS

Automated Storage and Retrieval System ใช้ Automation และความสูงอาคาร เพื่อเพิ่ม Storage Density

“เลือกรถยกหลังสร้างโกดัง” กับ “เลือกรถยกและ Rack ก่อนออกแบบโกดัง” สามารถทำให้ Layout อาคารแตกต่างกันอย่างมาก
4

ขนถ่ายสินค้าด้วยอะไร? อีกคำถามที่ต้องตอบก่อนออกแบบ

หลังจากทราบระบบจัดเก็บแล้ว สิ่งที่ต้องกำหนดต่อคือ Material Handling Equipment เพราะอุปกรณ์แต่ละประเภทต้องการพื้นที่ทำงาน และมีข้อจำกัดแตกต่างกัน

FL

Forklift

Counterbalance Forklift ต้องพิจารณารัศมีเลี้ยวและทางเดิน

RT

Reach / VNA Truck

ช่วยลดความกว้าง Aisle และรองรับ Rack ที่สูงขึ้น

AGV

AGV / AMR

ต้องวางเส้นทาง ระบบควบคุม และ Interface กับพื้นที่จัดเก็บ

รถ Forklift Reach Truck AGV และระบบขนถ่ายสินค้าในคลังสินค้า
ภาพที่ 5 — อุปกรณ์ขนถ่ายมีผลตั้งแต่ทางเดิน พื้นโกดัง ประตู ไปจนถึง Loading Area
ทางเดินต้องกว้างเท่าไร?
รถยกมีรัศมีเลี้ยวเท่าไร?
พื้นต้องรองรับน้ำหนักเท่าไร?
ต้องการความเรียบพื้นระดับใด?
ประตูต้องกว้างและสูงเท่าไร?
ต้องมี Charging Area หรือไม่?

Loading Area และ Loading Dock

การออกแบบต้องทราบว่ารถรับ-ส่งสินค้าเป็นรถประเภทใด เช่น รถกระบะ รถ 6 ล้อ รถ 10 ล้อ หรือ Trailer รวมถึงจำนวนรถในช่วง Peak

บางธุรกิจเหมาะกับ Ground Loading ขณะที่บางธุรกิจควรใช้ Loading Dock และ Dock Leveler เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขนถ่ายระหว่างรถกับอาคาร

5

แล้วคลังสินค้าปัจจุบันแบ่งเป็นกี่ประเภท?

คำถามว่า “ประเภทคลังสินค้ามีกี่ประเภท” ไม่มีคำตอบเป็นตัวเลขเดียว เพราะสามารถแบ่งตามเจ้าของ ประเภทสินค้า กระบวนการ Logistics หรือระดับ Automation ได้

แต่ในมุมของเจ้าของโครงการที่กำลัง ก่อสร้างโกดัง สามารถใช้ 8 กลุ่มต่อไปนี้เป็นกรอบในการวาง Concept ได้

ประเภทคลังสินค้า 8 ประเภทสำหรับการออกแบบและก่อสร้าง
ภาพที่ 6 — ประเภทคลังมีผลโดยตรงต่อ Operation ระบบอาคาร พื้นที่ Loading และระบบจัดเก็บ
01

General Warehouse

คลังสินค้าทั่วไปสำหรับสินค้า ที่ไม่ต้องควบคุมสภาวะแวดล้อมเป็นพิเศษ

02

Raw Material Warehouse

คลังวัตถุดิบที่ต้องเชื่อม Flow จาก Receiving ไปยัง Production

03

Finished Goods Warehouse

เก็บสินค้าสำเร็จรูป ก่อนกระจายสู่ลูกค้าหรือตัวแทน

04

Distribution Center

เน้นรับ คัดแยก และกระจายสินค้า อย่างรวดเร็วมากกว่าการเก็บระยะยาว

05

Fulfillment Center

รองรับ E-commerce ที่มี Order จำนวนมาก พร้อม Picking, Packing, Sorting และ Return

06

Cold Storage

คลังควบคุมอุณหภูมิ ต้องออกแบบฉนวน ระบบทำความเย็น และการใช้พลังงานร่วมกัน

07

Bonded Warehouse

คลังสินค้าทัณฑ์บน ที่มีเงื่อนไขด้านศุลกากร และการอนุญาตเฉพาะ

08

Automated / Smart Warehouse

เชื่อมอาคาร Rack, AS/RS, Conveyor, AGV/AMR, WMS และ Software เป็นระบบเดียวกัน

Smart Warehouse ไม่ควรมองเพียง “อาคาร” แต่ควรมอง อาคาร + Rack + Machine + Software เป็นระบบเดียวกันตั้งแต่เริ่มต้น
6

7 เรื่องที่ต้องตัดสินใจก่อนเริ่มก่อสร้างคลังสินค้า

ก่อนขอราคาจากผู้รับเหมา เจ้าของโครงการควรเตรียมข้อมูลเบื้องต้น ให้ชัดเจนอย่างน้อย 7 เรื่อง

7 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนก่อสร้างโกดังและคลังสินค้า
ภาพที่ 7 — ยิ่งโจทย์การใช้งานชัด การออกแบบและประเมินงบประมาณยิ่งแม่นยำขึ้น
สินค้าคืออะไร? มีกี่ SKU ขนาดและน้ำหนักประมาณเท่าไร
ต้องการ Capacity เท่าไร? เช่น 2,000 Pallet Positions ไม่ใช่ระบุเพียงพื้นที่ตารางเมตร
จะเก็บแบบไหน? Floor Stacking, Rack, Shelving หรือ Automated Storage
ใช้อะไรขนถ่าย? Forklift, Reach Truck, Conveyor หรือระบบอัตโนมัติ
สินค้าเข้า-ออกเท่าไร? จำนวนรถ พาเลท หรือ Order ต่อวัน มีผลต่อ Receiving และ Shipping
จะขยายในอนาคตหรือไม่? เตรียมพื้นที่และ Infrastructure สำหรับ Expansion ตั้งแต่ Concept
มี Requirement พิเศษหรือไม่? เช่น Temperature Control, Cleanliness, Security หรือ Automation
7

ตัวอย่าง: โกดัง 2,000 ตร.ม. เท่ากัน แต่แบบอาคารอาจไม่เหมือนกันเลย

สมมติธุรกิจ A และธุรกิจ B ต้องการก่อสร้างโกดังขนาดประมาณ 2,000 ตารางเมตรเท่ากัน

เปรียบเทียบโกดังขนาด 2000 ตารางเมตรที่มีรูปแบบการใช้งานต่างกัน
ภาพที่ 8 — พื้นที่อาคารเท่ากัน ไม่ได้หมายความว่า Design Requirement จะเหมือนกัน
ประเด็นธุรกิจ Aธุรกิจ B
สินค้า สินค้าขนาดใหญ่ จำนวน SKU ไม่มาก สินค้าหลายพัน SKU
ระบบจัดเก็บ Floor Stacking Pallet Rack สูงหลายระดับ
การเคลื่อนย้าย Forklift วันละไม่กี่เที่ยว Picking และรถขนส่งจำนวนมาก
ความสูง อาจไม่ต้องสูงมาก สัมพันธ์กับ Rack และความสูงยก
Loading Area ใช้งานไม่หนาแน่น ต้องรองรับ Peak Operation
ระบบเพิ่มเติม ระบบพื้นฐาน Fire Protection, WMS, IT และ Automation
การถามเพียงว่า “สร้างโกดัง 2,000 ตารางเมตร ราคาเท่าไร?” อาจยังไม่เพียงพอ

คำถามที่ดีกว่าคือ “ต้องการเก็บสินค้าแบบนี้ จำนวนเท่านี้ ใช้ Rack แบบนี้ ขนถ่ายแบบนี้ และมีแผนขยายแบบนี้ ควรออกแบบอาคารอย่างไร?”
8

ออกแบบคลังสินค้าให้เริ่มจาก Material Flow

ก่อนขึ้นแบบอาคาร ควรวาดเส้นทางสินค้า ตั้งแต่รถเข้าพื้นที่จนกระทั่งรถออก เพื่อดูว่าพื้นที่แต่ละส่วนเชื่อมต่อกันอย่างไร

Truck Entrance
→
Receiving
→
Inspection
→
Storage
→
Picking
→
Packing
→
Staging
→
Loading
→
Truck Exit
Material Flow ภายในโกดังและคลังสินค้าตั้งแต่ Receiving ถึง Shipping
ภาพที่ 9 — การวาง Material Flow ก่อนขึ้นแบบ ช่วยให้พื้นที่ Storage, Picking, Staging และ Loading เชื่อมต่อกันอย่างเหมาะสม

อย่าลืม Flow ของ “คน” และ “รถ”

คลังสินค้าเป็นพื้นที่ที่มีคน รถ Forklift รถบรรทุก และอุปกรณ์เคลื่อนที่ทำงานร่วมกัน จึงควรพิจารณาเส้นทางคนและรถแยกออกจากกัน เท่าที่เหมาะสมกับ Operation

Layout ที่ดีไม่ควรมองเฉพาะจำนวนพาเลทที่เก็บได้ แต่ต้องมองถึงความปลอดภัย การเข้าใช้งาน การกลับรถ และการทำงานในช่วง Peak ด้วย
9

ทำไมควรให้ผู้ออกแบบและผู้รับเหมาเข้ามาคุยตั้งแต่ต้น?

การ ก่อสร้างโกดัง ที่ดี ไม่ใช่เพียงสร้างอาคารให้แข็งแรงและเสร็จตามแบบ แต่ต้องทำให้อาคารรองรับ Operation จริง และรองรับการเติบโตของธุรกิจได้

ทีมออกแบบและก่อสร้างประชุมวาง Layout โกดังและคลังสินค้า
ภาพที่ 10 — การทำ Design Coordination ตั้งแต่ต้น ช่วยให้ Architecture, Structure, MEP, Rack และ Operation ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
01

Layout

วางตำแหน่ง Storage, Receiving, Shipping และ Office ให้สัมพันธ์กัน

02

Column Grid

ระยะเสาควรสัมพันธ์กับ Rack และทางเดินอุปกรณ์

03

Building Height

พิจารณาจาก Rack, Clear Height และระบบอาคาร

04

Floor Loading

รองรับสินค้า Rack และอุปกรณ์ขนถ่ายตามการใช้งานจริง

05

MEP & Fire

เตรียม Lighting, Electrical, Fire Protection และ Infrastructure

06

Expansion

วางพื้นที่และระบบ เพื่อรองรับการขยายในอนาคต

เป้าหมายไม่ใช่แค่ “สร้างเสร็จ” แต่คือ สร้างแล้วใช้งานได้จริงตั้งแต่วันแรก
10

ปัญหาที่ควรป้องกันตั้งแต่ก่อนเริ่มก่อสร้าง

ปัญหาที่เกิดจากการสร้างโกดังโดยไม่ได้วางแผน Rack Forklift และ Loading Area
ภาพที่ 11 — การตัดสินใจช่วง Concept Design มักมีต้นทุนแก้ไขต่ำกว่าการมาพบปัญหาหลังอาคารสร้างเสร็จ
!

Rack ลงไม่ได้

ระยะเสาไม่สัมพันธ์กับ Rack Layout ทำให้เสีย Storage Capacity

!

Forklift เลี้ยวไม่พอ

Aisle Width ไม่สัมพันธ์ กับรุ่นรถที่ใช้งานจริง

!

Loading Area แคบ

พื้นที่รถเข้าออกและกลับรถ ไม่สอดคล้องกับจำนวนรถ

!

ต้องแก้งานระบบ

ต้องเจาะพื้น ย้ายท่อ หรือเพิ่มระบบภายหลัง

!

ความสูงไม่พอ

อาคารสร้างแล้วจึงพบว่า Rack ที่ต้องการสูงกว่า Clear Height

!

ติด Automation ไม่ได้

ต้องการ AS/RS ในภายหลัง แต่อาคารและ Infrastructure ไม่ได้เตรียมไว้

11

กำลังวางแผนก่อสร้างโกดัง ควรเริ่มจากอะไร?

สำหรับเจ้าของธุรกิจที่กำลังมองหา บริษัทรับสร้างโกดัง หรือ รับสร้างคลังสินค้า ไม่จำเป็นต้องมีแบบก่อสร้างสมบูรณ์ก่อนเข้าปรึกษา

สิ่งที่ควรมีในเบื้องต้นคือ

สินค้า + Capacity + Operation + ที่ดิน + งบประมาณ + แผนการเติบโต

จากข้อมูลเหล่านี้ ทีมออกแบบสามารถนำไปพัฒนา Concept Layout, Building Configuration, ระบบจัดเก็บ และแนวทางก่อสร้างต่อได้

PRO EN SERV ออกแบบและก่อสร้างโกดังคลังสินค้าแบบ Design and Build
ภาพที่ 12 — เริ่มต้นจากความต้องการใช้งานจริง แล้วพัฒนาไปสู่ Concept, Design, Permit และ Construction

สรุปสั้น ๆ

ก่อนก่อสร้างโกดัง ควรรู้ว่าจะใช้คลังนี้ทำอะไร และยิ่งรู้รายละเอียดมาก การออกแบบก็ยิ่งมีโอกาสตรงกับการใช้งานจริงมากขึ้น

เก็บอะไร
→
เก็บเท่าไร
→
เก็บอย่างไร
→
ขนอย่างไร
→
เข้า-ออกเท่าไร
→
จะโตแค่ไหน

เพราะคำตอบเหล่านี้เป็นตัวกำหนด Layout ความสูงอาคาร ระยะเสา พื้น ทางเดิน Loading Area ระบบประกอบอาคาร และงบประมาณของโครงการ

การก่อสร้างคลังสินค้าที่ดี จึงไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “อยากได้โกดังกี่ตารางเมตร?” เพียงอย่างเดียว

แต่ควรเริ่มจาก “ธุรกิจของเราจะใช้คลังนี้ทำอะไร และสินค้าเดินทางผ่านอาคารอย่างไร?”

กำลังมีแผนก่อสร้างโกดังหรือคลังสินค้า?

หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจาก ขนาดอาคาร ระบบ Rack ระบบขนถ่าย หรือ Layout ก่อน ทีม PRO EN SERV สามารถช่วยวิเคราะห์โจทย์ ตั้งแต่การใช้งานจริง วาง Concept Layout ออกแบบ ขออนุญาต ก่อสร้าง ไปจนถึงส่งมอบอาคาร

เพื่อให้อาคารไม่ได้เพียง “สร้างเสร็จ” แต่สามารถรองรับ Operation ของธุรกิจได้จริง

ดูบริการออกแบบและก่อสร้าง PRO EN SERV
FAQ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการก่อสร้างโกดังและคลังสินค้า

1. ก่อนก่อสร้างโกดังจำเป็นต้องรู้หรือไม่ว่าจะเก็บสินค้าอะไร?
จำเป็นอย่างมาก เพราะประเภทสินค้า ขนาด น้ำหนัก ปริมาณ และวิธีจัดเก็บมีผลโดยตรงต่อ Layout โครงสร้างพื้น ความสูงอาคาร ระบบ Rack และอุปกรณ์ขนถ่าย
2. ยังไม่รู้ว่าจะใช้ Rack แบบไหน สามารถเริ่มออกแบบคลังสินค้าได้หรือไม่?
สามารถเริ่ม Concept ได้ แต่ควรกำหนดอย่างน้อยว่าต้องการเก็บกี่พาเลท ขนาดและน้ำหนักพาเลทประมาณเท่าไร รวมถึงอัตราการเข้า-ออกสินค้า เพื่อให้ทีมออกแบบช่วยวิเคราะห์ระบบจัดเก็บที่เหมาะสม
3. รถ Forklift มีผลต่อการออกแบบโกดังหรือไม่?
มีผลโดยตรง โดยเฉพาะความกว้างทางเดิน รัศมีเลี้ยว ความสูงยก พื้นที่ Loading และความสูง Rack เพราะรถแต่ละประเภทต้องการพื้นที่ทำงานแตกต่างกัน
4. ก่อสร้างโกดังเสร็จแล้วค่อยเลือก Rack ได้ไหม?
ทำได้ในบางโครงการ แต่ไม่ใช่แนวทางที่เหมาะที่สุด หากวาง Rack Layout ตั้งแต่ก่อนออกแบบอาคาร จะสามารถกำหนดระยะเสา ความสูง และทางเดินให้สัมพันธ์กัน ทำให้ใช้พื้นที่ได้มีประสิทธิภาพกว่า
5. โกดังกับ Distribution Center แตกต่างกันอย่างไร?
โกดังทั่วไปมักเน้นการจัดเก็บสินค้า ขณะที่ Distribution Center เน้นการรับ จัด และกระจายสินค้าให้รวดเร็ว จึงให้ความสำคัญกับ Material Flow, Picking, Staging และ Loading Area มากกว่า
6. Smart Warehouse จำเป็นต้องใช้ AS/RS หรือไม่?
ไม่จำเป็น Smart Warehouse สามารถเริ่มจาก WMS, Barcode, RFID, Conveyor, AGV หรือ AMR ตามความเหมาะสม ส่วน AS/RS เป็นหนึ่งในเทคโนโลยี Automated Storage ที่ควรวางแผนร่วมกับอาคารตั้งแต่ต้น
7. ก่อสร้างคลังสินค้าทัณฑ์บนเหมือนโกดังทั่วไปหรือไม่?
ไม่เหมือนทั้งหมด เพราะคลังสินค้าทัณฑ์บนมีเงื่อนไข ด้านการอนุญาตและการควบคุมที่เกี่ยวข้องกับศุลกากร จึงควรตรวจสอบข้อกำหนดก่อนเริ่มออกแบบและก่อสร้าง
8. จะรู้ได้อย่างไรว่าต้องสร้างโกดังสูงเท่าไร?
ต้องพิจารณาร่วมกันระหว่างความสูงสินค้า จำนวนระดับ Rack ความสามารถของรถยก Clear Height งานระบบ โครงสร้างหลังคา และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรกำหนดความสูงจากตัวเลขมาตรฐานเพียงค่าเดียว
9. ก่อนขอราคาก่อสร้างโกดังควรเตรียมข้อมูลอะไร?
ควรเตรียมขนาดที่ดิน ตำแหน่งโครงการ ประเภทสินค้า Capacity ที่ต้องการ รูปแบบจัดเก็บ อุปกรณ์ขนถ่าย จำนวนรถเข้า-ออก พื้นที่สำนักงาน ความต้องการพิเศษ งบประมาณ และแผนขยายในอนาคต
10. ไม่มีแบบก่อสร้าง สามารถติดต่อบริษัทรับสร้างโกดังได้เลยหรือไม่?
ได้ โดยเฉพาะผู้ให้บริการแบบ Design & Build หรือ Turnkey สามารถเริ่มจากการศึกษาความต้องการ สำรวจพื้นที่ วาง Concept และพัฒนาแบบก่อนเข้าสู่ขั้นตอนก่อสร้างได้ PRO EN SERV ให้บริการตั้งแต่สำรวจ วางแผน ออกแบบ ขออนุญาต ไปจนถึงก่อสร้างและส่งมอบอาคาร
บทความนี้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวางแผนเบื้องต้น สำหรับการออกแบบและก่อสร้างโกดังหรือคลังสินค้า รายละเอียดจริงของแต่ละโครงการควรตรวจสอบจาก ประเภทสินค้า การใช้งานจริง ระบบจัดเก็บ อุปกรณ์ขนถ่าย สภาพพื้นที่ กฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงได้รับการออกแบบและตรวจสอบ โดยสถาปนิก วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง

Contact Us
Follow Us
บริษัท โปร เอ็น เซิร์ฟ จำกัด
85/197 หมู่ที่ 3 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย
ตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง
จ.นนทบุรี 11110
Email : info@proenserv.com
Tel : 02-571-2116
Hotline : 081-906-2315