พื้นโรงงาน • โครงสร้าง • Soil Test • Slab on Ground • Slab on Pile

การออกแบบพื้นโรงงาน Slab on Ground vs Slab on Pile เลือกอย่างไรให้โครงสร้างมั่นคงและไม่ทรุดตัวในระยะยาว

การเลือกประเภทพื้นโรงงานไม่ใช่แค่เรื่องราคาค่าก่อสร้าง แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสภาพดิน น้ำหนักเครื่องจักร ระบบคลังสินค้า ความต่อเนื่องของสายการผลิต และต้นทุนของธุรกิจตลอดอายุการใช้งาน

พื้นโรงงาน Slab on Pile VS Slab on Ground งานตอกเสาเข็มและก่อสร้างพื้นโรงงาน
งานตอกเสาเข็มเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นโรงงาน การเลือก Slab on Ground หรือ Slab on Pile ต้องพิจารณาร่วมกันทั้งสภาพชั้นดิน น้ำหนักบรรทุก เครื่องจักร ลักษณะการใช้งาน และความเสี่ยงระยะยาวของโครงการ

พื้นโรงงานคือหนึ่งในการตัดสินใจสำคัญของการออกแบบโรงงาน

ในการวางแผน การออกแบบโรงงาน หรือการเริ่มต้น การก่อสร้างโรงงาน ใหม่ สิ่งหนึ่งที่เป็นหัวใจสำคัญและส่งผลกระทบต่อการใช้งาน ในระยะยาวมากที่สุดคือ “พื้นโรงงาน”

สำหรับเจ้าของธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง การตัดสินใจเลือกประเภทพื้นระหว่าง Slab on Ground หรือพื้นวางบนดิน และ Slab on Pile หรือพื้นวางบนเสาเข็ม ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเทคนิคทางวิศวกรรม แต่เป็นการบริหารความเสี่ยงและต้นทุน ที่มีผลโดยตรงต่อความต่อเนื่องของธุรกิจ หรือ Business Continuity

หากเลือกประเภทพื้นไม่เหมาะกับสภาพดิน น้ำหนักเครื่องจักร หรือรูปแบบการใช้งาน ปัญหาการทรุดตัวอาจนำไปสู่ ค่าซ่อมบำรุงที่สูง เครื่องจักรผิดระดับ Rack เอียง พื้นแตกร้าว หรือในบางกรณีอาจต้องหยุดสายการผลิตเพื่อซ่อมแซม

แนวคิดสำคัญ: ไม่มีระบบพื้นแบบใดดีที่สุดสำหรับทุกโรงงาน การออกแบบที่ถูกต้องต้องหาจุดสมดุลระหว่าง สภาพชั้นดิน น้ำหนักใช้งาน ความเสี่ยง งบประมาณ และอายุการใช้งานของโครงการ

SOIL

เริ่มจากสภาพดิน

Soil Investigation เป็นข้อมูลสำคัญ ก่อนตัดสินใจเลือกพื้นและระบบฐานราก

LOAD

รู้ Load ก่อนออกแบบ

ต้องทราบน้ำหนักเครื่องจักร Rack Forklift และรูปแบบการลงน้ำหนักจริง

LCC

คิดต้นทุนระยะยาว

อย่าดูเฉพาะค่าก่อสร้างเริ่มต้น แต่ควรพิจารณา Life-cycle Cost

1. ทำความเข้าใจพื้นฐานของ Slab on Ground และ Slab on Pile

ก่อนจะตัดสินใจเลือกระบบพื้น สิ่งแรกที่ ผู้รับเหมาก่อสร้างโรงงาน และวิศวกรโครงสร้างควรพิจารณาคือ ลักษณะการถ่ายน้ำหนักของพื้น เพราะ SOG และ SOP มีแนวคิดทางโครงสร้างแตกต่างกัน

SOG • SLAB ON GROUND

Slab on Ground (SOG)

Slab on Ground หรือพื้นวางบนดิน คือระบบที่แผ่นพื้นถ่ายน้ำหนัก ลงสู่ชั้นดินหรือวัสดุรองพื้นด้านล่างโดยตรง ดังนั้นคุณภาพของ Subgrade และการบดอัดจึงมีความสำคัญอย่างมาก

จุดเด่น ค่าก่อสร้างโดยทั่วไปต่ำกว่า และขั้นตอนการก่อสร้างไม่ซับซ้อนเท่าพื้นบนเสาเข็ม
สิ่งที่ต้องควบคุม การถมดิน การบดอัด ระดับพื้น ชั้นรองพื้น Drainage และ Joint
ความเสี่ยง หากชั้นดินด้านล่างทรุดตัว แผ่นพื้นสามารถทรุดตาม และเกิด Differential Settlement ได้
SOP • SLAB ON PILE

Slab on Pile (SOP)

Slab on Pile หรือพื้นวางบนเสาเข็ม เป็นระบบที่ออกแบบให้แผ่นพื้น ถ่ายแรงผ่านโครงสร้างลงสู่เสาเข็ม และถ่ายน้ำหนักต่อไปยังชั้นดิน ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามการออกแบบ

จุดเด่น สามารถควบคุมความเสี่ยงด้านการทรุดตัวของพื้น ได้ดีกว่าในหลายกรณี
สิ่งที่ต้องควบคุม จำนวนเสาเข็ม ระยะเข็ม กำลังรับน้ำหนักของเข็ม เหล็กเสริม และรายละเอียดการถ่ายแรง
ข้อควรพิจารณา ต้นทุนเริ่มต้นและขั้นตอนก่อสร้างสูงกว่า และต้องออกแบบรายละเอียดทางวิศวกรรม

ประเด็นสำคัญ: Slab on Ground ไม่ได้หมายความว่าเป็นระบบที่คุณภาพต่ำ และ Slab on Pile ก็ไม่ได้หมายความว่าจำเป็นต้องใช้กับทุกโรงงาน เป้าหมายคือ เลือกระบบพื้นที่เหมาะกับ Requirement จริง โดยไม่ลงทุนเกินความจำเป็น และไม่ลดต้นทุนจนเกิดความเสี่ยงในอนาคต

2. How-to: 5 ปัจจัยสำคัญในการเลือกการออกแบบพื้นโรงงาน

01

การประเมินสภาพดิน (Soil Investigation)

สภาพธรณีวิทยาของแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน และเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่สุด ในการเลือกระบบพื้นโรงงาน

พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลหลายแห่ง มีชั้นดินเหนียวอ่อน หรือ Soft Clay ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับ Settlement ขณะที่พื้นที่ในจังหวัดอื่น อาจมีลักษณะชั้นดินที่แตกต่างออกไป

  • ตรวจสอบชนิดและลำดับของชั้นดิน
  • ตรวจสอบความลึกของชั้นดินแต่ละประเภท
  • พิจารณาค่ากำลังรับน้ำหนักของดิน
  • ประเมิน Settlement ที่อาจเกิดขึ้น
  • พิจารณาระดับน้ำใต้ดิน
  • นำผล Soil Test ไปใช้ร่วมกับการออกแบบฐานรากและพื้น
02

น้ำหนักบรรทุกที่ต้องการ (Loading Requirement)

การถามว่า “พื้นโรงงานรับได้กี่ตันต่อตารางเมตร?” เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ เพราะวิศวกรต้องทราบทั้ง ขนาดของ Load ตำแหน่งที่ Load ลง และรูปแบบการใช้งาน

  • น้ำหนักเครื่องจักร
  • Point Load จากขาเครื่องจักร
  • น้ำหนักชั้นวางสินค้าและ Rack
  • น้ำหนักวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป
  • น้ำหนัก Forklift และล้อรถ
  • Dynamic Load และแรงกระแทก
  • แรงสั่นสะเทือนจากเครื่องจักร

โดยเฉพาะบริเวณเครื่องจักรหนัก หรือพื้นที่ที่ต้องการควบคุม Settlement อย่างเข้มงวด อาจต้องพิจารณาระบบ Slab on Pile หรือฐานเครื่องจักรเฉพาะพื้นที่

03

งบประมาณและความคุ้มค่า (CAPEX vs Life-cycle Cost)

ในขั้นตอนลงทุนเริ่มต้น Slab on Ground มักมีค่าก่อสร้างต่ำกว่า Slab on Pile เนื่องจากไม่มีต้นทุนระบบเสาเข็มรองรับพื้น

แต่สำหรับผู้บริหาร การเปรียบเทียบเฉพาะราคาก่อสร้างวันแรก อาจยังไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพราะหากพื้นเกิดปัญหาหลังเปิดโรงงานแล้ว อาจมีค่าใช้จ่ายอื่นตามมาอีกจำนวนมาก

  • ค่าซ่อมพื้น
  • ค่าเคลื่อนย้ายเครื่องจักร
  • ค่าแก้ไข Rack
  • ค่าแก้ไขระบบ Automation
  • ค่าเสียโอกาสจากการหยุดผลิต

มุมมองเชิงธุรกิจ: ควรเปรียบเทียบ Life-cycle Cost มากกว่าพิจารณาเฉพาะ CAPEX ในวันก่อสร้าง

04

ความต่อเนื่องในการใช้งาน (Operational Continuity)

โรงงานบางประเภทสามารถยอมรับ ความคลาดเคลื่อนของระดับพื้นได้มากกว่าโรงงานอีกประเภท ดังนั้นการกำหนด Requirement ต้องสัมพันธ์กับกระบวนการผลิตจริง

โดยเฉพาะคลังสินค้าและโรงงานที่ใช้ Automation, AGV, AS/RS หรือ High-bay Racking ความเรียบและระดับของพื้น อาจเป็น Requirement สำคัญมาก

  • กำหนด Floor Flatness ตาม Requirement
  • กำหนด Floor Levelness ตามการใช้งาน
  • ควบคุม Differential Settlement
  • วาง Joint ให้สัมพันธ์กับ Rack
  • วาง Joint ให้ไม่กระทบเส้นทาง AGV
  • พิจารณาการขยายกำลังผลิตในอนาคต
05

ความเชี่ยวชาญของทีมออกแบบและผู้รับเหมาก่อสร้างโรงงาน

แม้เลือกระบบ SOG หรือ SOP ได้ถูกต้อง แต่หากรายละเอียดด้าน Joint การเสริมเหล็ก การเทคอนกรีต หรือการเตรียม Subgrade ไม่เหมาะสม ก็สามารถเกิดปัญหาพื้นแตกร้าว หรือเสียหายภายหลังได้

  • ออกแบบความหนาของพื้น
  • ออกแบบเหล็กเสริม
  • กำหนด Construction Joint
  • กำหนด Control / Contraction Joint
  • ออกแบบ Dowel และ Load Transfer
  • ควบคุมการบดอัดดิน
  • ควบคุมคุณภาพคอนกรีต
  • ตรวจสอบระดับและความเรียบของพื้น

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง: การนำรายละเอียดพื้นจากโรงงานอื่น มาใช้กับโครงการใหม่โดยตรง โดยไม่ได้ตรวจสอบ Soil Test, Machine Load, Rack Layout, Forklift Load และ Process Layout ของโครงการตัวเอง

3. ตารางเปรียบเทียบ Slab on Ground vs Slab on Pile

หัวข้อเปรียบเทียบSlab on Ground
(SOG)
Slab on Pile
(SOP)
การถ่ายน้ำหนัก ถ่ายน้ำหนักจากแผ่นพื้น ลงสู่ชั้นดินและวัสดุรองพื้น ถ่ายน้ำหนักจากพื้น ลงสู่เสาเข็มและชั้นดินที่ออกแบบไว้
ความสำคัญของ Subgrade สูงมาก เพราะดินด้านล่างรองรับพื้นโดยตรง ยังคงต้องควบคุมพื้นที่ แต่โครงสร้างรับ Load หลักผ่านเสาเข็ม
ความเสี่ยงการทรุดตัว ขึ้นอยู่กับ Settlement ของชั้นดินด้านล่าง โดยทั่วไปสามารถควบคุม ความเสี่ยงการทรุดของพื้นได้ดีกว่า เมื่อออกแบบเหมาะสม
งบประมาณ โดยทั่วไปประหยัดกว่า สูงกว่าเนื่องจากมีงานเสาเข็ม และโครงสร้างเพิ่มเติม
ระยะเวลาก่อสร้าง ขั้นตอนน้อยกว่า มีขั้นตอนงานเสาเข็ม เพิ่มเข้ามา
เครื่องจักรหนัก ต้องตรวจสอบ Soil + Load + Settlement อย่างละเอียด มีข้อได้เปรียบ ในบริเวณที่ต้องควบคุม Settlement สูง
Automation / AGV / ASRS ใช้ได้หากสามารถควบคุม Settlement และ Floor Requirement ได้ เหมาะสำหรับการพิจารณา ในพื้นที่ที่ต้องการเสถียรภาพสูง
พื้นที่ดินอ่อน ต้องศึกษาความเสี่ยง และวิธีปรับปรุงดินอย่างละเอียด เป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญ ที่สามารถนำมาพิจารณา
ความเหมาะสม โครงการที่สภาพดิน และ Settlement อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ โครงการที่ต้องควบคุม การทรุดตัวหรือมี Requirement สูง

4. การออกแบบพื้นโรงงานส่งผลต่อธุรกิจอย่างไร?

ปัญหาพื้นโรงงานไม่ได้ส่งผล เพียงเรื่องความสวยงามของอาคาร แต่สามารถกระทบต่อ ความปลอดภัย เครื่องจักร ระบบคลังสินค้า สุขอนามัย และความต่อเนื่องในการผลิต

01

ความปลอดภัย

พื้นแตกร้าว ต่างระดับ หรือทรุดตัว อาจกระทบการเดินรถ Forklift และความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน

02

เครื่องจักร

เครื่องจักรบางประเภท ต้องการ Alignment และระดับที่แม่นยำ การทรุดตัวอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพ

03

Automation

AGV หรือระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ อาจต้องใช้พื้น ที่มี Requirement ด้านระดับ และความเรียบสูง

04

สุขอนามัย

ในโรงงานอาหารและยา พื้นแตกร้าวหรือ Joint เสียหาย อาจเพิ่มความยากในการทำความสะอาด และการควบคุมสุขอนามัย

05

Business Continuity

การซ่อมพื้นในพื้นที่ผลิต อาจทำให้ต้องหยุดเครื่องจักร หรือหยุดบางส่วนของสายการผลิต

06

มูลค่าทรัพย์สิน

อาคารที่โครงสร้าง และพื้นมีคุณภาพ ช่วยรักษาสภาพทรัพย์สิน และรองรับการใช้งานในระยะยาว

5. สรุปแนวทางเลือก Slab on Ground หรือ Slab on Pile

พิจารณา Slab on Ground เมื่อ...

สภาพดินและการออกแบบ สามารถรองรับการใช้งาน และควบคุม Settlement ให้อยู่ในเกณฑ์ที่โครงการยอมรับได้

  • ชั้นดินมีคุณสมบัติเหมาะสม
  • สามารถควบคุมการถมและบดอัดได้
  • น้ำหนักใช้งานอยู่ในเกณฑ์ที่ออกแบบรองรับ
  • ยอมรับ Settlement ตาม Requirement ได้
  • ต้องการควบคุม CAPEX เริ่มต้น
พิจารณา Slab on Pile เมื่อ...

โครงการต้องการควบคุม ความเสี่ยงจากการทรุดตัว หรือมีพื้นที่ใช้งานที่ต้องการเสถียรภาพสูง

  • พื้นที่มีชั้นดินอ่อน
  • มีเครื่องจักรหรือ Load สำคัญ
  • ต้องควบคุม Differential Settlement
  • มีระบบ Automation / AGV / ASRS
  • การหยุดผลิตเพื่อซ่อมพื้นมีต้นทุนสูง

หลักคิดสำหรับผู้บริหาร: คำถามแรกไม่ควรเป็น “Slab แบบไหนราคาถูกกว่า?” แต่ควรเป็น “โรงงานของเราต้องการพื้นระดับใด เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย และคุ้มค่าตลอดอายุโครงการ?”

6. ทำไมต้องวางแผนพื้นโรงงานกับ PRO EN SERV?

ที่ บริษัท โปร เอ็น เซิร์ฟ จำกัด (PRO EN SERV CO., LTD.) เราให้ความสำคัญกับการออกแบบ พื้นและโครงสร้างโรงงาน ให้สัมพันธ์กับการใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงกำหนดความหนาของพื้น หรือจำนวนเสาเข็มจากแบบทั่วไป

Engineering Design

วิเคราะห์สภาพดิน น้ำหนักเครื่องจักร Rack Forklift และลักษณะการใช้งาน ก่อนกำหนดระบบโครงสร้าง

Cost Optimization

หาจุดสมดุลระหว่าง Requirement ทางวิศวกรรม ความเสี่ยง และงบประมาณ เพื่อไม่ให้ออกแบบเกินความจำเป็น

Quality Control

ควบคุมตั้งแต่งานดิน การบดอัด เสาเข็ม เหล็กเสริม คอนกรีต Joint และระดับพื้น

Customized Solution

โรงงานทั่วไป โรงงานอาหาร คลังสินค้า เครื่องจักรหนัก และคลัง Automation มี Requirement แตกต่างกัน จึงต้องออกแบบเป็นรายโครงการ

แนวทางของ PRO EN SERV: พิจารณาพื้นโรงงานร่วมกับระบบทั้งหมด ตั้งแต่ Soil Investigation → Foundation → Pile → Floor → Machine → Rack → Drainage → Operation เพื่อให้เจ้าของโครงการเห็นทั้งมุมวิศวกรรม งบประมาณ และการใช้งานจริง

กำลังตัดสินใจ Slab on Ground หรือ Slab on Pile?

ก่อนออกแบบพื้น ควรตรวจสอบ Soil Test น้ำหนักเครื่องจักร Rack Layout Forklift และ Requirement ของกระบวนการผลิตให้ครบถ้วน

PRO EN SERV CO., LTD. พร้อมช่วยวางแนวทาง การออกแบบโรงงานและโครงสร้าง ให้เหมาะกับงบประมาณ และความเสี่ยงของธุรกิจ

ปรึกษาโครงการกับ PRO EN SERV

7. สรุป: พื้นโรงงานแบบไหนดีที่สุดสำหรับโครงการของคุณ?

คำตอบไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว เพราะแต่ละโรงงานมี สภาพดิน น้ำหนักใช้งาน เครื่องจักร Process และงบประมาณ แตกต่างกัน

เลือก Slab on Ground เมื่อผลการวิเคราะห์ทางวิศวกรรม แสดงว่าชั้นดินและระบบพื้น สามารถรองรับการใช้งาน และ Settlement อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้

เลือก Slab on Pile เมื่อโครงการต้องการควบคุม การทรุดตัวในระดับสูง มีข้อจำกัดด้านสภาพดิน มีเครื่องจักรสำคัญ หรือมีระบบที่ต้องการ เสถียรภาพของระดับพื้นสูง

การลงทุนกับ การออกแบบพื้นโรงงานให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรก จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของโครงสร้าง แต่เป็นส่วนหนึ่งของ การบริหารต้นทุน ความเสี่ยง และความต่อเนื่องทางธุรกิจ ในระยะยาว

8. FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการออกแบบพื้นโรงงาน

1. พื้น Slab on Ground สามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดเท่าไหร่?

ไม่มีค่าตายตัวที่ใช้ได้กับทุกโครงการ เพราะขึ้นอยู่กับ Soil Bearing Capacity คุณภาพ Subgrade ความหนาพื้น กำลังคอนกรีต เหล็กเสริม Point Load และรูปแบบการใช้งานจริง จึงต้องคำนวณเป็นรายโครงการ

2. ถ้าพื้นโรงงานเดิมทรุด สามารถแก้ไขได้อย่างไร?

ต้องตรวจสอบสาเหตุก่อน แนวทางอาจมีตั้งแต่ ซ่อมผิวพื้น ปรับระดับ ปรับปรุงดิน ไปจนถึงเสริมฐานราก หรือเสาเข็ม ขึ้นอยู่กับระดับความเสียหาย และสาเหตุของ Settlement

3. Slab on Pile ใช้เสาเข็มประเภทใด?

ขึ้นอยู่กับ สภาพชั้นดิน น้ำหนักใช้งาน ข้อจำกัดหน้างาน และการออกแบบ อาจเป็นเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง Spun Pile Bored Pile หรือระบบเสาเข็มอื่น ตามที่วิศวกรกำหนด

4. ก่อนสร้างโรงงานจำเป็นต้องทำ Soil Boring Test หรือไม่?

การมีข้อมูล Soil Investigation ช่วยให้วิศวกรเข้าใจลำดับชั้นดิน กำลังรับน้ำหนัก และ Settlement เพื่อใช้ประกอบการออกแบบ ฐานราก เสาเข็ม และพื้น ได้อย่างเหมาะสม

5. Slab on Pile จำเป็นต้องตอกเสาเข็มถึงชั้นทรายทุกครั้งหรือไม่?

ไม่ควรกำหนดจากหลักทั่วไปเพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณาตาม Soil Investigation วิธีการรับแรงของเสาเข็ม กำลังรับน้ำหนักที่ต้องการ และการคำนวณของวิศวกร

6. พื้นโรงงานแบบไหนทำความสะอาดง่ายที่สุด?

SOG และ SOP เป็นระบบโครงสร้างพื้น ส่วนการทำความสะอาดขึ้นอยู่กับ Finish ของผิวหน้า เช่น Floor Hardener Epoxy หรือ PU รวมถึงรายละเอียด Joint และ Slope

7. Slab on Pile ใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า Slab on Ground หรือไม่?

โดยทั่วไปจะมีขั้นตอน งานเสาเข็มและโครงสร้างเพิ่มเติม จึงอาจใช้ระยะเวลามากกว่า แต่ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับ จำนวนเข็ม ขนาดพื้นที่ รูปแบบโครงสร้าง และแผนงานก่อสร้าง

8. จะรู้ได้อย่างไรว่าที่ดินเป็นดินอ่อนหรือดินแข็ง?

ควรทำ Soil Boring Test และวิเคราะห์ข้อมูลชั้นดิน มากกว่าประเมินจาก สภาพผิวดินที่มองเห็นเท่านั้น

9. ตำแหน่ง Rack และเครื่องจักรมีผลต่อการออกแบบพื้นหรือไม่?

มีผลโดยตรง โดยเฉพาะ High-bay Rack เครื่องจักรหนัก AS/RS และบริเวณที่มี Point Load สูง จึงควรมี Machine Layout และ Rack Layout ก่อนออกแบบพื้นรายละเอียด

10. ควรเลือกระบบพื้นตั้งแต่ขั้นตอนไหนของการออกแบบโรงงาน?

ควรเริ่มพิจารณาตั้งแต่ช่วง Concept Design และ Preliminary Engineering เมื่อมีข้อมูล Site Soil Investigation Process Layout และ Machine Requirement เพื่อให้สามารถวางงบประมาณ และออกแบบโครงสร้างต่อได้อย่างเหมาะสม

บทสรุปสำหรับเจ้าของโรงงาน: อย่าให้พื้นกลายเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็นในอนาคต

พื้นโรงงานเป็นองค์ประกอบที่ หลังจากเริ่มเดินเครื่องผลิตแล้ว การซ่อมแซมหรือแก้ไข อาจสร้างผลกระทบต่อธุรกิจมากกว่างานอาคารทั่วไป เพราะพื้นที่ด้านบนอาจมีทั้ง เครื่องจักร Rack สินค้า Forklift Utility และสายการผลิต

ก่อนตัดสินใจเลือก SOG หรือ SOP ควรตอบคำถามอย่างน้อย 5 ข้อ

  • ชั้นดินของพื้นที่เป็นอย่างไร?
  • พื้นต้องรับน้ำหนักจริงเท่าไร?
  • โรงงานยอมรับ Settlement ได้มากน้อยเพียงใด?
  • หากต้องซ่อมพื้นหลังเปิดโรงงาน จะกระทบการผลิตเท่าไร?
  • เงินที่ประหยัดวันนี้ คุ้มกับความเสี่ยงตลอดอายุโครงการหรือไม่?

เมื่อมีข้อมูลครบ วิศวกรจึงสามารถเปรียบเทียบ Slab on Ground และ Slab on Pile ได้อย่างมีเหตุผล และเลือกแนวทางที่เหมาะกับธุรกิจ มากกว่าการเลือกจากราคาหรือความคุ้นเคยเพียงอย่างเดียว

วางแผนพื้นโรงงานให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรก

หากคุณกำลังวางแผน สร้างโรงงาน คลังสินค้า โรงงานอาหาร หรือโครงการที่มีเครื่องจักรและระบบ Automation การออกแบบพื้นควรถูกนำมาพิจารณา ตั้งแต่ช่วง Concept Design

PRO EN SERV CO., LTD. – Design & Build

ให้บริการออกแบบและก่อสร้างโรงงานครบวงจร ตั้งแต่สำรวจพื้นที่ งาน Soil Investigation ออกแบบฐานราก โครงสร้าง งานระบบ ขออนุญาต ก่อสร้าง จนถึงส่งมอบโครงการ

ปรึกษาโครงการกับ PRO EN SERV
PRO EN SERV CO., LTD.
บริการออกแบบและรับเหมาก่อสร้างครบวงจร โรงงาน • คลังสินค้า • โรงงานอาหาร • สำนักงาน • อาคารอุตสาหกรรม
เว็บไซต์: www.proenserv.com

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: สภาวิศวกร  •  กรมโรงงานอุตสาหกรรม

หมายเหตุ: รายละเอียดด้านระบบพื้น ความหนาพื้น จำนวนและขนาดเสาเข็ม น้ำหนักบรรทุก Settlement Joint เหล็กเสริม และรายละเอียดโครงสร้าง ต้องพิจารณาจากข้อมูลจริงของแต่ละโครงการ และออกแบบโดยวิศวกรที่เกี่ยวข้อง
Contact Us
Follow Us
บริษัท โปร เอ็น เซิร์ฟ จำกัด
85/197 หมู่ที่ 3 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย
ตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง
จ.นนทบุรี 11110
Email : info@proenserv.com
Tel : 02-571-2116
Hotline : 081-906-2315