งานถมดินโรงงาน • Value Engineering • Cost Control • Construction Planning

วิธีถมดินก่อสร้างโรงงานให้ประหยัดต้นทุน แบ่งสเปคบดอัดให้ถูกจุด ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

งานถมดินไม่จำเป็นต้องกำหนดสเปคเดียวกันทั้งโครงการ เพราะพื้นที่ใต้อาคารและพื้นที่ถนนมีพฤติกรรมการรับน้ำหนักแตกต่างกัน การเข้าใจโครงสร้างก่อนกำหนดวิธีถมดิน จึงช่วยให้เจ้าของโรงงานควบคุมงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีถมดินก่อสร้างโรงงานให้ประหยัดต้นทุน งานเตรียมพื้นที่ก่อนก่อสร้างโรงงาน
ภาพมุมสูงงานเตรียมพื้นที่และงานถมดินก่อนเริ่มก่อสร้างโรงงาน การกำหนดระดับพื้นที่และสเปคการบดอัดให้เหมาะกับแต่ละโซน เป็นหนึ่งในวิธีสำคัญในการควบคุมต้นทุนตั้งแต่ต้นโครงการ

วิธีถมดินโรงงานประหยัดต้นทุน ต้องเริ่มจาก “เข้าใจโครงสร้าง”

ในการวางแผน การถมดินสร้างโรงงาน หนึ่งในหมวดงบประมาณที่มักสร้างความกังวลให้กับเจ้าของธุรกิจและนักลงทุน คือ งานเตรียมพื้นที่และปรับระดับดิน เพราะที่ดินแต่ละแปลงมีระดับเดิม สภาพชั้นดิน และเงื่อนไขการก่อสร้างแตกต่างกัน

หากกำหนดสเปคงานถมดินไม่เหมาะสม อาจทำให้ต้องเสียทั้งค่าวัสดุ ค่าขนส่ง ค่าเครื่องจักร และค่าบดอัดสูงเกินความจำเป็น โดยไม่ได้เพิ่มประโยชน์ต่อโครงสร้างในสัดส่วนที่เท่ากัน

หัวใจสำคัญของวิธีถมดินโรงงานประหยัดต้นทุน ไม่ใช่การลดคุณภาพวัสดุหรือตัดขั้นตอนทางวิศวกรรม แต่คือ “กำหนดสเปคการถมและบดอัดให้เหมาะกับพฤติกรรมการรับน้ำหนักของแต่ละพื้นที่”

บริษัท โปร เอ็น เซิร์ฟ จำกัด PRO EN SERV CO., LTD. (PES) จึงแนะนำให้เจ้าของโครงการแยกพื้นที่ถมดิน โดยเฉพาะระหว่าง พื้นที่ใต้อาคารที่เป็น Slab on Pile และ พื้นที่ถนนหรือลานที่เป็น Slab on Ground ก่อนกำหนดสเปคการบดอัด

2 ZONES

แยกสเปคให้ถูกพื้นที่

ใต้อาคารและใต้ถนนทำหน้าที่ต่างกัน จึงไม่ควรกำหนดสเปคเดียวกันโดยอัตโนมัติ

95%

Modified Proctor

ใช้เกณฑ์ความแน่นสูงในพื้นที่ที่ต้องพึ่งพาชั้นดินรองรับน้ำหนักตามข้อกำหนด

COST

ลด Over-Spec

ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แล้วควบคุมคุณภาพให้เข้มในบริเวณที่มีผลต่อการใช้งานจริง

1. ทำไมงานถมดินสร้างโรงงานถึงเป็นต้นทุนหมวดแรกที่ควบคุมยาก?

งานถมดินในโครงการขนาดใหญ่ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า หรือพื้นที่ลานภายนอก อาจใช้ปริมาณวัสดุถมจำนวนมาก ทำให้ความแตกต่างของต้นทุนเพียงเล็กน้อยต่อหน่วย สามารถกระทบงบประมาณรวมของโครงการได้

โดยต้นทุนหลักของงานถมดิน สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน

1

ค่าวัสดุดินถม

ขึ้นอยู่กับชนิดวัสดุที่เลือกใช้ เช่น ดินถมทั่วไป วัสดุคัดเลือก ดินลูกรัง หรือวัสดุสำหรับชั้นรองพื้นทาง

2

ค่าขนส่ง

ระยะทางจากแหล่งวัสดุถึงโครงการ จำนวนเที่ยวรถ เส้นทางการขนส่ง และระยะเวลารอหน้างาน ล้วนมีผลต่อต้นทุน

3

ค่าบดอัดและเครื่องจักร

รวมรถบด รถเกรดเดอร์ รถแบคโฮ ค่าน้ำมัน แรงงาน จำนวนรอบการบดอัด และระยะเวลาในการดำเนินงาน

ปัญหาที่พบบ่อยคือการกำหนด Over-Spec เช่น กำหนดให้พื้นที่ทั้งหมดของโครงการ ต้องบดอัดด้วยมาตรฐานสูงเท่ากัน แม้ว่าบางพื้นที่จะมีระบบเสาเข็มเป็นโครงสร้างรับน้ำหนักหลักอยู่แล้ว ทำให้เจ้าของโครงการมีโอกาสเสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าความจำเป็น

2. เทคนิคสำคัญ: แบ่งสเปคงานถมดินออกเป็น 2 พื้นที่

เพื่อให้โครงการมีทั้งความแข็งแรง และสามารถบริหารงบประมาณได้อย่างเหมาะสม ควรแยกสเปคงานถมดินตามระบบโครงสร้างและลักษณะการใช้งานจริง

SPEC 01 • BUILDING AREA

โซนใต้อาคาร
Slab on Pile

หากพื้นอาคารออกแบบเป็นระบบ Slab on Pile น้ำหนักพื้นและอาคารจะถูกถ่ายผ่านระบบโครงสร้างลงสู่เสาเข็ม ดินถมจึงไม่ได้ทำหน้าที่รับน้ำหนักหลักในลักษณะเดียวกับพื้นบนดิน

  • ถมและปรับพื้นที่ให้ได้ระดับ
  • เตรียม Working Platform
  • ให้รถตอกเสาเข็มและรถเครนทำงานได้สะดวก
  • บดอัดตามระดับที่เหมาะสมกับพื้นที่
  • ไม่ควรนำสเปคถนนมาใช้ทั้งพื้นที่โดยไม่พิจารณาความจำเป็น
SPEC 02 • ROAD & YARD AREA

โซนถนนและลาน
Slab on Ground

ถนน คสล. ลานจอดรถบรรทุก และลาน Loading มักเป็นโครงสร้างแบบ Slab on Ground ซึ่งต้องอาศัยชั้นดินด้านล่างช่วยรองรับน้ำหนักโดยตรง

  • ถมเป็นชั้นอย่างเป็นระบบ
  • ควบคุมความหนาของแต่ละชั้น
  • ควบคุมความชื้นของวัสดุ
  • บดอัดให้ได้ค่าตามสเปค
  • ตรวจ Field Density ตามข้อกำหนด

หลักคิดที่สำคัญ: ไม่ควรถามเพียงว่า “ถมดินทั้งโครงการต้องบดอัด 95% หรือไม่?” แต่ควรถามว่า “พื้นที่ใดเป็นพื้นที่ที่ชั้นดินต้องรับน้ำหนักโดยตรง?” แล้วจึงกำหนดมาตรฐานให้สอดคล้องกับโครงสร้าง

3. สเปคที่ 1: การถมดินใต้อาคารโรงงานแบบ Slab on Pile

โซนใต้อาคารโรงงานหลายโครงการ อาจออกแบบพื้นเป็นระบบ พื้นบนเสาเข็ม หรือ Slab on Pile โดยน้ำหนักจากพื้น เครื่องจักร สินค้า และส่วนต่าง ๆ ของอาคาร จะถูกถ่ายผ่านระบบพื้นและเสาเข็ม ไปยังชั้นดินที่วิศวกรออกแบบให้รับน้ำหนัก

ดังนั้นดินถมด้านล่างพื้น จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นฐานรับน้ำหนักหลักของพื้น เหมือนระบบ Slab on Ground

ดินใต้อาคารต้องทำหน้าที่อะไร?

  • ปรับพื้นที่ก่อสร้างให้เรียบและได้ระดับ
  • ช่วยให้หน้างานไม่เป็นโคลนหรืออ่อนตัวจนเกินไป
  • รองรับการวิ่งของรถตอกเสาเข็ม รถเครน และรถบรรทุกในช่วงก่อสร้าง
  • สร้าง Working Platform ที่เหมาะสมกับเครื่องจักร
  • รักษาสภาพหน้างานให้สามารถทำงานต่อเนื่องได้

จุดประหยัดต้นทุน: หากระบบโครงสร้างไม่ได้ต้องการให้ดินถมใต้พื้น ทำหน้าที่รับน้ำหนักหลักของ Slab การกำหนดให้บดอัดด้วยสเปคถนน และทดสอบความแน่นถี่เท่าพื้นที่ถนนตลอดทั้งอาคาร อาจไม่จำเป็นในทุกกรณี

แนวทางนี้ช่วยลด จำนวนรอบรถบด เวลาทำงานเครื่องจักร ค่าน้ำมัน และค่าทดสอบ โดยยังคงต้องรักษาความเหมาะสมของพื้นที่สำหรับการทำงานก่อสร้าง และปฏิบัติตามรายละเอียดในแบบวิศวกรรม

4. สเปคที่ 2: การถมดินใต้ถนน คสล. และลานแบบ Slab on Ground

พื้นที่ภายนอกอาคาร เช่น ถนน คสล. ลานรถบรรทุก ลาน Loading และพื้นที่จอดรถ มีพฤติกรรมการรับน้ำหนักแตกต่างจากพื้นอาคารบนเสาเข็ม

น้ำหนักจากรถเทรลเลอร์ รถคอนเทนเนอร์ รถบรรทุก หรือรถโฟล์คลิฟท์ จะถ่ายผ่านแผ่นพื้นและชั้นพื้นทาง ลงสู่ ชั้นดินถมและชั้นดินเดิม โดยตรง

หากดินใต้ถนนบดอัดไม่เหมาะสม อาจเกิดการทรุดตัวไม่สม่ำเสมอ หรือ Differential Settlement ทำให้ถนนเสียระดับ เกิดแอ่ง เพิ่มความเสี่ยงต่อการแตกร้าว และอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมภายหลัง

แนวทางควบคุมงานถมใต้ถนน

  • ถมวัสดุเป็นชั้นตามความหนาที่กำหนด
  • บดอัดแต่ละชั้นก่อนขึ้นชั้นถัดไป
  • ควบคุมความชื้นให้เหมาะกับการบดอัด
  • ใช้เครื่องจักรบดอัดให้เหมาะกับชนิดของวัสดุ
  • สุ่มตรวจสอบความแน่นในสนาม
  • ตรวจสอบให้ผ่านเกณฑ์ก่อนก่อสร้างชั้นถัดไป

ในตัวอย่างสเปคของบทความนี้ พื้นที่ถนนกำหนดการบดอัด ไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor โดยรายละเอียดจริงต้องพิจารณาตามแบบ รายการประกอบแบบ และข้อกำหนดของแต่ละโครงการ

ข้อสังเกตทางวิศวกรรม: การแยกสเปคทำให้สามารถเน้นการบดอัดแน่นพิเศษ ในพื้นที่ถนนและลานที่จำเป็นจริง ขณะที่พื้นที่ใต้อาคารที่มีเสาเข็ม สามารถกำหนดมาตรฐานตามหน้าที่ของ Working Platform และข้อกำหนดของระบบโครงสร้าง

5. ตารางเปรียบเทียบสเปคการถมดินใต้อาคาร vs ใต้ถนน คสล.

หัวข้อเปรียบเทียบถมใต้อาคารโรงงานถมใต้ถนน คสล.
ระบบพื้น Slab on Pile Slab on Ground
การถ่ายน้ำหนัก ถ่ายผ่านพื้นและเสาเข็มไปยังชั้นดินรับน้ำหนัก ถ่ายผ่านพื้นและชั้นทางลงสู่ดินด้านล่าง
หน้าที่ของดินถม ปรับระดับและเป็น Working Platform สำหรับการก่อสร้าง เป็นส่วนหนึ่งของระบบรองรับพื้นและถนน
ระดับการบดอัด บดอัดตามความเหมาะสมและข้อกำหนดของโครงการ ควบคุมการบดอัดเป็นพิเศษ
การถมเป็นชั้น พิจารณาตามวัสดุ วิธีการก่อสร้าง และสเปค ควบคุมเป็นชั้นเพื่อให้บดอัดได้ทั่วถึง
การทดสอบความแน่น เป็นไปตามแบบและรายการประกอบแบบ ตรวจ Field Density ตามข้อกำหนด
ตัวอย่างเกณฑ์ กำหนดตามลักษณะ Working Platform ไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor ตามตัวอย่างสเปคบทความ
แนวทางควบคุมต้นทุน ลด Over-Spec ที่ไม่ได้เพิ่มประโยชน์ต่อโครงสร้างหลัก ลงทุนกับคุณภาพ Subgrade ในบริเวณที่รับน้ำหนักโดยตรง
ความเสี่ยงหากควบคุมไม่ดี หน้างานอ่อนตัว เครื่องจักรทำงานยาก หรือดินเกิดการทรุดตามธรรมชาติ พื้นทรุดไม่เท่ากัน ถนนเสียระดับ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการแตกร้าว
Slab on Pile

เน้นความพร้อมของพื้นที่ก่อสร้าง และระบบเสาเข็มเป็นโครงสร้างรับน้ำหนัก

Slab on Ground

ต้องพึ่งพาคุณภาพของ Subgrade และชั้นดินด้านล่างโดยตรง

Value Engineering

กำหนดสเปคให้เหมาะกับหน้าที่ แทนการใช้มาตรฐานเดียวกันทุกพื้นที่

6. 5 ขั้นตอนการถมดินโรงงานให้อยู่ในงบและได้มาตรฐาน

หากเจ้าของธุรกิจต้องการควบคุมงานถมดิน ให้ได้ทั้งคุณภาพและความคุ้มค่า ควรเริ่มวางแผนก่อนสั่งดินเข้าพื้นที่จริง

1

Soil Boring

สำรวจข้อมูลชั้นดินเดิม

2

Earthwork Zoning

กำหนดระดับและแบ่งพื้นที่

3

Select Material

เลือกวัสดุถมให้เหมาะสม

4

Compaction

ถมและบดอัดตามสเปค

5

Field Test

ทดสอบพื้นที่ที่กำหนด

01

เจาะสำรวจชั้นดินเดิม (Soil Boring Test)

ก่อนเริ่มถมดิน ควรมีข้อมูลเกี่ยวกับสภาพชั้นดินเดิม ระดับน้ำใต้ดิน และคุณสมบัติทางปฐพีวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประกอบการออกแบบฐานราก และพิจารณาผลของน้ำหนักดินถมใหม่

  • ตรวจสอบชั้นดินเดิม
  • ประเมินระดับน้ำใต้ดิน
  • ใช้ข้อมูลประกอบการออกแบบฐานราก
  • วิเคราะห์สภาพพื้นที่ก่อนเตรียมงาน
02

วางแผนระดับและแบ่ง Earthwork Zoning

วิศวกรควรกำหนดระดับพื้นที่โครงการ โดยพิจารณาร่วมกับระดับถนนสาธารณะ ระดับพื้นอาคาร ระบบระบายน้ำ และสภาพแวดล้อมรอบพื้นที่

จากนั้นแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจน เช่น Building Area และ Road / Parking / Loading Area เพื่อให้แต่ละโซนสามารถกำหนดสเปคได้เหมาะสม

03

คัดเลือกประเภทวัสดุดินถม

วัสดุถมมีผลต่อทั้งต้นทุน ความสามารถในการบดอัด และประสิทธิภาพการทำงาน จึงควรเลือกให้สัมพันธ์กับหน้าที่ของแต่ละพื้นที่

  • พิจารณาดินถมทั่วไปสำหรับพื้นที่ที่เหมาะสม
  • พิจารณาวัสดุคัดเลือกสำหรับพื้นที่ที่ต้องการคุณสมบัติเฉพาะ
  • ควบคุมสิ่งปนเปื้อนและอินทรียวัตถุ
  • พิจารณาความชื้นและความสามารถในการบดอัด
  • เปรียบเทียบต้นทุนวัสดุร่วมกับต้นทุนขนส่ง
04

ดำเนินการถมและบดอัดแยกตามสเปค

ในโซนใต้อาคาร ควรเกลี่ยและเตรียมพื้นที่ให้เครื่องจักร สามารถเข้าทำงานได้อย่างเหมาะสม

ส่วนโซนถนน ควรควบคุมการถมเป็นชั้น และบดอัดแต่ละชั้น ก่อนดำเนินงานชั้นถัดไป ตามความหนาและวิธีการที่กำหนดไว้ในสเปคโครงการ

05

สุ่มทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density Test)

พื้นที่ที่มีข้อกำหนดด้านความแน่น ควรได้รับการสุ่มตรวจสอบ ก่อนอนุญาตให้ดำเนินงานชั้นถัดไป

ตัวอย่างเช่น พื้นที่ถนนอาจกำหนด ไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor ตามแบบและรายการประกอบแบบ โดยการทดสอบภาคสนามอาจใช้วิธีที่กำหนดในโครงการ เช่น Sand Cone Method

สำคัญ: ความหนาของแต่ละชั้น ชนิดวัสดุ จำนวนเที่ยวรถบด วิธีทดสอบ จำนวนจุดทดสอบ และค่าความแน่น ต้องอ้างอิงจากแบบและข้อกำหนดทางวิศวกรรมของแต่ละโครงการ ไม่ควรใช้ตัวเลขเดียวกับทุกพื้นที่โดยอัตโนมัติ

7. ปัจจัยที่มีผลต่อราคาและต้นทุนงานถมดินโรงงาน

การคำนวณงบงานถมดิน ไม่ควรมองเฉพาะราคาดินต่อคิว เพราะต้นทุนจริงยังขึ้นอยู่กับ แหล่งวัสดุ การขนส่ง สภาพอากาศ การจัดการพื้นที่ และข้อกำหนดทางวิศวกรรม

ระยะทางขนส่งจากแหล่งดิน

ยิ่งโครงการอยู่ห่างจากแหล่งวัสดุมาก ต้นทุนค่ารถต่อเที่ยว เวลาขนส่ง และค่าน้ำมันก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

ฤดูกาลและสภาพความชื้น

การถมในช่วงฝนอาจทำให้วัสดุมีความชื้นสูง รถเข้าออกลำบาก และประสิทธิภาพการบดอัดลดลง ส่งผลต่อทั้งต้นทุนและระยะเวลาโครงการ

การเปลี่ยนแปลงปริมาตรหลังบดอัด

ปริมาตรวัสดุขณะอยู่บนรถ หลังเทกอง และหลังบดอัด อาจแตกต่างกัน ดังนั้นวิธีวัดปริมาณและเงื่อนไขการคิดราคาควรกำหนดให้ชัดตั้งแต่ต้น

Cut & Fill Balance

หากพื้นที่บางบริเวณสูงกว่าระดับที่ต้องการ การนำวัสดุที่เหมาะสมจากส่วน Cut มาใช้ในบริเวณ Fill สามารถช่วยลดปริมาณวัสดุที่ต้องขนเข้าจากภายนอก

ชนิดของวัสดุ

วัสดุแต่ละประเภทมีทั้งราคา คุณสมบัติ ความสามารถในการบดอัด และต้นทุนเครื่องจักรแตกต่างกัน จึงควรเลือกตามวัตถุประสงค์จริง

ข้อกำหนดการบดอัดและทดสอบ

สเปคการบดอัด จำนวนชั้น และจำนวนจุดทดสอบ มีผลต่อระยะเวลาและค่าใช้จ่าย จึงควรกำหนดให้เหมาะกับหน้าที่ของแต่ละโซน

อย่าดูเฉพาะราคาดินต่อคิว เพราะดินที่ราคาถูกกว่า อาจสร้างต้นทุนรวมที่สูงกว่า หากต้องขนส่งไกล บดอัดยาก มีความชื้นไม่เหมาะสม หรือมีคุณสมบัติไม่ตรงตามข้อกำหนดของโครงการ

ประหยัดต้นทุนด้วย Value Engineering ไม่ใช่ลดคุณภาพงาน

การแบ่งสเปคการถมดิน เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวคิด Value Engineering ในการก่อสร้างโรงงาน

เป้าหมายไม่ใช่การลดราคาทุกอย่าง แต่คือการวิเคราะห์ว่า พื้นที่ใดจำเป็นต้องลงทุนกับคุณภาพสูง และพื้นที่ใดสามารถกำหนดมาตรฐานให้เหมาะกับหน้าที่จริง

Right Specification

กำหนดสเปคให้สอดคล้องกับระบบโครงสร้างและการใช้งาน

Right Cost

หลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่เกิดจาก Over-Spec

Right Quality

เพิ่มการควบคุมคุณภาพในพื้นที่ที่มีผลต่ออายุการใช้งานจริง

หลักคิดสำหรับเจ้าของโรงงาน: ก่อนอนุมัติงบงานถมดิน ควรให้ทีมออกแบบระบุให้ชัดว่า พื้นที่ใดเป็น Slab on Pile และพื้นที่ใดเป็น Slab on Ground แล้วจึงกำหนดสเปคงานดินให้สัมพันธ์กัน

ก่อนสั่งดินหลายพันคิว วางแผนให้ถูกตั้งแต่ต้น

การกำหนดระดับดิน ระบบฐานราก ตำแหน่งอาคาร ถนน ลาน Loading และสเปคการบดอัดให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน ช่วยลดความเสี่ยงจากงบประมาณบานปลาย และลดการแก้ไขงานในภายหลัง

PRO EN SERV CO., LTD. พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่สำรวจพื้นที่ วางผัง ออกแบบโครงสร้าง ประมาณราคา ขออนุญาต จนถึงก่อสร้างโรงงานแบบครบวงจร

ปรึกษาโครงการกับ PRO EN SERV

8. FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการถมดินสร้างโรงงาน

1. ทำไมใต้อาคารโรงงานที่มีเสาเข็มถึงไม่ต้องบดอัดเหมือนถนนทุกพื้นที่?

เพราะพื้นแบบ Slab on Pile ถ่ายน้ำหนักหลักผ่านระบบพื้นและเสาเข็ม ขณะที่ถนนแบบ Slab on Ground ต้องอาศัยชั้นดินด้านล่างเป็นส่วนหนึ่งของระบบรองรับน้ำหนัก จึงมีหน้าที่และข้อกำหนดแตกต่างกัน

2. 95% Modified Proctor คืออะไร?

เป็นการกำหนดระดับความแน่นของดินในสนาม โดยเปรียบเทียบกับค่าความหนาแน่นแห้งสูงสุด จากการทดสอบ Modified Proctor ในห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้ต้องอ้างอิงรายละเอียดตามสเปคของโครงการ

3. ใต้อาคาร Slab on Pile ไม่ต้องบดอัดเลยได้หรือไม่?

ไม่ควรเข้าใจเช่นนั้น พื้นที่ยังต้องมีความเรียบ มั่นคง และเหมาะกับการทำงานของเครื่องจักร รวมถึงต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของแบบและวิศวกร

4. ทำไมถนนโรงงานถึงทรุดหรือแตกร้าวได้ง่ายเมื่อบดอัดไม่ดี?

เพราะถนนต้องพึ่งพาการรองรับจากชั้นพื้นทางและชั้นดินด้านล่าง หากดินทรุดตัวไม่เท่ากัน แผ่นคอนกรีตอาจสูญเสียการรองรับบางส่วน ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียระดับและแตกร้าว

5. ดินชนิดใดเหมาะสำหรับถมโรงงาน?

ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและหน้าที่ของพื้นที่ รวมถึงข้อกำหนดของแบบ คุณสมบัติวัสดุ ความชื้น ความสามารถในการบดอัด และต้นทุนขนส่ง จึงไม่มีวัสดุชนิดเดียวที่เหมาะที่สุดกับทุกพื้นที่

6. ควรถมดินทิ้งไว้นานแค่ไหนก่อนก่อสร้าง?

ขึ้นอยู่กับระดับถม สภาพชั้นดินเดิม ระบบฐานราก วิธีการถม และการออกแบบของแต่ละโครงการ จึงควรให้วิศวกรพิจารณาจากข้อมูลจริง แทนการกำหนดระยะเวลาตายตัว

7. จะคำนวณปริมาณดินถมอย่างไรไม่ให้งบบานปลาย?

ควรเริ่มจากการสำรวจระดับเดิมของพื้นที่ เปรียบเทียบกับระดับที่ต้องการหลังถม แล้วคำนวณปริมาตรจากพื้นที่และระดับถม พร้อมกำหนดวิธีคิดปริมาณวัสดุก่อนและหลังบดอัดให้ชัดเจน

8. การแบ่งสเปคถมดินช่วยประหยัดได้อย่างไร?

ช่วยลดการใช้เครื่องจักร จำนวนรอบรถบด ระยะเวลาทำงาน และค่าทดสอบ ในบริเวณที่ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรฐานเดียวกับพื้นที่ถนน แล้วนำงบประมาณไปควบคุมพื้นที่สำคัญได้มากขึ้น

บทสรุป: วิธีถมดินโรงงานให้ประหยัด คือ “ถมให้ถูกสเปค” ไม่ใช่ “ถมให้ถูกที่สุด”

การควบคุมต้นทุนงานถมดิน ไม่ได้เกิดจากการลดคุณภาพวัสดุ หรือลดขั้นตอนสำคัญ แต่เกิดจากการเข้าใจระบบโครงสร้าง และกำหนดสเปคให้ตรงกับหน้าที่ของแต่ละพื้นที่

ถ้าเป็นพื้นที่ใต้อาคารแบบ Slab on Pile ให้ความสำคัญกับการเตรียมพื้นที่ Working Platform และข้อกำหนดของระบบโครงสร้าง

ถ้าเป็นถนนและลานแบบ Slab on Ground ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพของ Subgrade วัสดุ การบดอัด และการทดสอบ เพราะชั้นดินมีผลโดยตรงต่อการรองรับน้ำหนัก

การวางแผนเรื่องนี้ตั้งแต่ช่วงออกแบบ ช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถควบคุมงบประมาณได้ตั้งแต่ก่อนรถดินเที่ยวแรกเข้าหน้างาน และเป็นหนึ่งในแนวทาง Value Engineering ที่สามารถสร้างความคุ้มค่าให้กับโครงการก่อสร้างโรงงานได้อย่างแท้จริง

กำลังวางแผนก่อสร้างโรงงาน?

อย่าเริ่มจากการถามเพียงว่า “ถมดินกี่คิว?” แต่ควรเริ่มจาก “ระดับไหน ระบบพื้นอะไร และพื้นที่ไหนต้องบดอัดระดับใด?”

ให้ PRO EN SERV CO., LTD. ช่วยวางแผนตั้งแต่ Concept Design ระดับพื้นที่ ฐานราก ถนน งานระบบ ประมาณราคา จนถึงงานก่อสร้างและส่งมอบ

ดูผลงานและปรึกษาโครงการ
PRO EN SERV CO., LTD.
บริการออกแบบและรับเหมาก่อสร้างครบวงจร โรงงาน • คลังสินค้า • สำนักงาน • อาคารอุตสาหกรรม
เว็บไซต์: www.proenserv.com

หมายเหตุ: รายละเอียดชนิดวัสดุ ระดับการถม ความหนาของชั้นบดอัด ค่าความแน่น วิธีทดสอบ และจำนวนจุดทดสอบ แตกต่างกันตามสภาพพื้นที่ แบบโครงสร้าง ลักษณะการใช้งาน ผลสำรวจดิน และข้อกำหนดของแต่ละโครงการ ควรให้วิศวกรผู้ออกแบบและวิศวกรควบคุมงานพิจารณาก่อนดำเนินการจริง
Contact Us
Follow Us
บริษัท โปร เอ็น เซิร์ฟ จำกัด
85/197 หมู่ที่ 3 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย
ตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง
จ.นนทบุรี 11110
Email : info@proenserv.com
Tel : 02-571-2116
Hotline : 081-906-2315